
‘เอกนิติ’ ถกผู้บริหารคลังพรุ่งนี้ สรุปมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน
‘เอกนิติ’ ถกผู้บริหารคลังพรุ่งนี้ สรุปมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ชี้เพิ่มเงิน ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ 100 บาท ไม่ทัน 1 เม.ย.นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังเพื่อเตรียมเดินหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นรวมทั้งต้นทุนค่าครองชีพอื่นๆ
หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงการเดินหน้ามาตรการดังกล่าวต่อสื่อมวลชน ที่กระทรวงการคลัง
ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 เห็นชอบ 7 มาตรการ ซึ่งในส่วนที่กระทรวงการคลังรับมาดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่
1.การลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งการลดภาษีน้ำมันดีเซลทุก 1 บาท จะทำให้รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน
2.การเติมเงิน 100 บาท ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.4 ล้านคน เป็นเวลา 30 วัน
3.การเตรียมออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ผ่านธนาคารออมสิน
สำหรับมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากที่ครม. รักษาการได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติในหลักการของโครงการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น กระบวนการต่อไปกระทรวงการคลังจะขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้อำนาจรัฐบาลรักษาการอนุมัติงบประมาณ เพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการดูแลประชาชน ช่วงราคาพลังงานสูง
โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายเงิน 100 บาท เข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ทันวันที่ 1 เม.ย.69 นี้ เนื่องจากกระบวรการอนุมัติจากกกต. ยังไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในเดือนเม.ย.นี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการจะได้รับเงินอย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลจะทำการโอนเงินพิเศษให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มอีกจำนวน 100 บาท ได้ภายในเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุวันที่เงินจะโอนเข้าบัตรได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากขั้นตอนการเบิกจ่าย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้กำหนดเงื่อนไขการใช้เงินที่ยืดหยุ่น โดยประชาชนจะสามารถใช้จ่ายวงเงินจำนวนนี้ได้ครอบคลุมระยะเวลา 30 วันเต็ม นับตั้งแต่วันที่เงินถูกโอนเข้าบัตรสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น หากกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นและระบบสามารถโอนเงินเข้าบัตรได้ในวันที่ 3 เมษายน ประชาชนก็จะสามารถทยอยใช้จ่ายเงินส่วนนี้ไปได้จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม ถือเป็นมาตรการระยะสั้นที่มุ่งหวังให้เกิดการพยุงกำลังซื้อของกลุ่มเปราะบางในช่วงที่ต้นทุนการดำรงชีพปรับตัวสูงขึ้น






