
เปิด 9 ขุนพล 'ทีมเศรษฐกิจ' ครม.อนุทิน 2 ส่องประวัติ พ่วงภารกิจใหญ่
เปิด 9 ขุนพล ‘ทีมเศรษฐกิจ’ คณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'เอกนิติ' นั่งหัวหน้าทีม พร้อม 4 กระทรวงเกรดเอ ชูยุทธศาสตร์แก้หนี้ ยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- ภายหลังการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ "อนุทิน 2" โดยมีจุดเด่นคือทีมเศรษฐกิจที่ผสมผสานระหว่างผู้บริหารภาคธุรกิจ มืออาชีพ และนักการเมือง
- เปิดประวัติ 9 รัฐมนตรีในทีมเศรษฐกิจ นำโดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
- ภารกิจสำคัญของทีมเศรษฐกิจมุ่งเน้นการผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (แลนด์บริดจ์), การเจรจาการค้า (FTA), การปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน และการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย (EV)
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 31 มีนาคม 2569 เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือ "ครม. อนุทิน 2" เพื่อเข้าบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เป็นที่น่าจับตามองสำหรับเหล่าเสนาบดีสำคัญที่เป็น "มือเศรษฐกิจ" ประจำรัฐบาล หลังมีการดึงตัวบุคคลระดับแม่ทัพ "เหล้าเก่าในขวดใหม่" รวมมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามานั่งเก้าอี้คุมกระทรวงสำคัญที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ร่วมกับขุนพลสายการเมืองที่มีฐานเสียงหนาแน่น เพื่อสร้างเสถียรภาพทั้งในแง่ของนโยบายและการเมืองควบคู่กันไป
ทั้งนี้ภายหลังการโปรดเกล้าฯ มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเตรียมนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ในวันที่ 6 เมษายนนี้ คาดว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันทีในช่วงวันที่ 7-9 เมษายน 2569 เพื่อประกาศพิมพ์เขียวการบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดทุนทันที คือ การจัดทัพ "ทีมเศรษฐกิจ" ที่ถูกยกเครื่องใหม่ภายใต้ยุทธศาสตร์ มืออาชีพคุมนโยบาย นักการเมืองคุมการขับเคลื่อน ส่วนของกระทรวงเกรดเอและกลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจ พบว่า การจัดวางตัวบุคคลที่สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ "รุกและรับ" อย่างชัดเจน ดังนี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท M.S. (Policy Economics) University of Illinois at Urbana-Champaign สหรัฐฯ
- ปริญญาเอก Ph.D. (Economics/Finance) Claremont Graduate University สหรัฐฯ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
ลูกหม้อกระทรวงการคลัง เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดใน 3 กรมหลัก คือ อธิบดีกรมสรรพากร, อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ก่อนขยับขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) นอกจากนี้ยังเคยเป็นเอกอัครราชทูตฝ่านเศรษฐกิจการคลัง ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป เป็น Senior Advisor ของธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และโฆษกกระทรวงการคลัง
ภารกิจหลักกระทรวงการคลัง
ประสานรอยต่อระหว่างนโยบายการเงิน (ธปท.) และนโยบายการคลัง เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค และเร่งผลักดันภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) และภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน รวมถึงบริหารจัดการงบประมาณและระบบหลังบ้าน เพื่อเปิดตัวมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อระดับฐานราก โดยเฉพาะโครงการ "คนละครึ่ง" ให้ทันไตรมาส 2/2569
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรีและปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประวัติการทำงาน/การเมือง
พิพัฒน์ ถือเป็นแม่ทัพใหญ่ นักบริหาร ผู้เคยสร้างอาณาจักร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG (สถานีบริการน้ำมัน PT) จนกลายเป็นเครือข่ายปั๊มน้ำมันที่มีจำนวนสาขามากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย สำหรับงานการเมืองของพิพัฒน์ ถือเป็นแม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยในศึกเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่สามารถคว้าเก้าอี้ สส. มาได้ตามเป้าหมาย 31 คน
ผลงานที่ผ่านมาพิพัฒน์เคยผ่านการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (ยุคโควิด-19) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จนมาถึงตำแหน่งล่าสุดเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุมกระทรวงเกรดเอบวก พ่วงรองนายกฯ สร.2 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลก่อน หลังได้รับมอบหมายงานจากนายกฯ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนั่งคุม ศบก. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
ภารกิจกระทรวงคมนาคม
การผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการขนส่งโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ ที่จะดึงนักลงทุนต่างชาติ (UAE, จีน, สหรัฐฯ) เข้ามาร่วมทุนโครงการ และการผลักดันขยายผลนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ให้ครอบคลุมทุกสีทุกเส้นทางแบบถาวร โดยใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้าสนับสนุน ตลอดจนการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ฯลฯ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี สถิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท MBA (International Management) Northrop University สหรัฐฯ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
ผู้บริหารหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของไทย เคยเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ IBM Thailand และ CEO กลุ่มดุสิตธานี นอกจากนี้ยังเป็นคนนอก ที่ถูกดึงเข้ามารับงานการเมืองเป็นครั้งแรก ในรัฐบาลอนุทิน 1 เพื่อใช้คอนเนคชันธุรกิจระดับโลกในการเจรจาการค้าและดึงการลงทุนต่างชาติ ซึ่งที่ผ่านมาศุภจี ถือเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ป๊อบปูล่ามากที่สุดคนหนึ่ง กับวิธีบริหารและการพูดที่นุ่มลึกแต่เนื้อหาดุดัน
ภารกิจกระทรวงพาณิชย์
การใช้คอนเนคชันธุรกิจเปิดดีลเจรจานำข้าวไทยไปแลกเปลี่ยนกับปุ๋ยหรือพลังงานจากต่างประเทศ เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร,เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ให้จบภายในปีเดียว ตลอดจนการคุมราคาสินค้าในช่วงราคาน้ำมันพุ่งอย่างต่อเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง และต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่เงินเฟ้อผันผวน
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี วิศวกรรมอุตสาหการ University of California, Berkeley สหรัฐฯ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
ประวัติการทำงานในอดีตเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารอาณาจักร "ไทยซัมมิท" (Thai Summit Group) ยักษ์ใหญ่ชิ้นส่วนยานยนต์ และเป็นแกนนำกลุ่มสามมิตร นำทีม ส.ส. เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ และดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ต่อมาได้หวนคืนกลับสู่พรรคเพื่อไทย ในปี 2566 ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เป็นรัฐมนตรี และยังเคยรับหน้าที่เป็นนายกฯ รักษาการอยู่ในช่วงหนึ่งที่เกิดวิกฤตการเมืองด้วย
ภารกิจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
การผลักดันจัดรูปที่ดิน ส.ป.ก. โดยเร่งเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้นและการวางระบบบริหารจัดการน้ำ 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ ป้องกันภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากด้วยระบบเซนเซอร์เตือนภัย รวมทั้งการแก้ภาระหนี้เกษตรกร ตลอดจนผลักดันการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ เช่น โกโก้ และพืชโปรตีนสูง เพื่อทดแทนการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการจัดการ (EEM) จาก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford)
- ปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์และการจัดการ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด
ประวัติการทำงาน/การเมือง
และมีชื่อเสียงหลังเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของ กปปส. โดยลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ในปี 2565 และเข้ามาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และดำรงตำแหน่ง เลขาธิการพรรค ก่อนก้าวมานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร โดยมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการตั้ง "ชุดสุดซอย" ปราบโรงงานเถื่อน ผิดกฎหมาย ก่อนจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทย
ภารกิจกระทรวงพลังงาน
การรื้อโครงสร้างราคาก๊าซ โดยปรับสูตรราคา Pool Gas เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มอย่างเป็นธรรมต่อประชาชน และการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงจากสงครามตะวันออกกลาง รวมถึงการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียน ให้ถึง 50% ของสัดส่วนทั้งหมด และปลดล็อกกฎหมายโซลาร์รูฟท็อปเสรี ให้ครัวเรือนสามารถติดตั้งและขายไฟคืนเข้าระบบได้โดยไม่ต้องขออนุญาตยุ่งยาก
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
ประวัติการศึกษา
- ศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ศูนย์พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี
- ระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยรังสิต
ประวัติการทำงาน/การเมือง
เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พระนครศรีอยุธยา เขตอำเภอวังน้อย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.พระนครศรีอยุธยา รวม 4 สมัย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับฐานรากและเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจชุมชน
เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุดได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้นั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ภารกิจกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
การหารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อกระจายรายได้จากเมืองหลักสู่ชนบท รวมถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ประวัติการศึกษา
- จบการศึกษาจากโรงเรียนประจำชั้นนำในประเทศอังกฤษ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
บุตรชายคนโตของ "เนวิน ชิดชอบ" ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งมีความโดดเด่นในธุรกิจอีสปอร์ตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นขุนพลรุ่นใหม่ที่คุมทัพดิจิทัลเพื่อปรับโฉมรัฐบาลไทยสู่ยุค AI
ภารกิจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
การวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และ Data Center เพื่อดึงดูด Big Tech อย่าง Google และ Microsoft ให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์และแอปฯ ดูดเงินแบบเรียลไทม์ โดยร่วมมือกับสถาบันการเงินทั่วโลก และการเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เป็น Super App สำหรับเข้าถึงทุกบริการของรัฐแบบไร้รอยต่อและไร้กระดาษ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ปริญญาโท MBA จาก Boston College สหรัฐฯ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
แกนนำพรรคเพื่อไทยสายเหนือและอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นมือขวาของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการปั้นโปรเจ็กต์ดิจิทัลวอลเล็ต ที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง
ภารกิจกระทรวงแรงงาน
การปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามทักษะฝีมือ (Skill-based Wage) และความต้องการของตลาดแรงงานในแต่ละพื้นที่ รวมถึงเร่งโครงการฝึกทักษะแรงงานไทย 1 ล้านคน ให้มีความรู้ด้านดิจิทัลและหุ่นยนต์ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศและการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคง และขยายสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลให้เทียบเท่าบัตรทอง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
ประวัติการศึกษา
- ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (Mechanical Engineering) University College London (UCL) อังกฤษ
- ปริญญาโท MBA (Finance and Banking) University of Wisconsin-Madison สหรัฐฯ
ประวัติการทำงาน/การเมือง
ทายาทนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้คุมบังเหียนพรรคชาติไทยพัฒนา และในอดีตเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมทั้งยังเคยนั่งกระทรวงใหญ่อย่างกระทรวงคมนาคม จนตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก่อนย้ายพรรคมาสังกัดภูมิใจไทย ผลงานที่โดดเด่นที่ผ่านมาคือ การผลักดันนโยบาย Carbon Credit และอุตสาหกรรมสีเขียว
ภารกิจกระทรวงอุตสาหกรรม
การบังคับใช้มาตรฐานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีคาร์บอนจากยุโรป (CBAM) และดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการอัดฉีดเงินทุนและเทคโนโลยีให้กลุ่ม SME เปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบเก่าสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Industry 4.0)






