
กรมทรัพย์สินฯ บุกปราบของปลอม ยึด 5.2 แสนชิ้น เสียหาย 690 ล้าน
กรมทรัพย์สินฯ ลุยปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หนัก 3 เดือนจับ 150 คดี ยึดกว่า 5.2 แสนชิ้น มูลค่าเสียหาย 690 ล้าน พุ่ง 65% ลามออนไลน์เพิ่ม 362% เตรียมใช้กฎหมายฟอกเงินจัดการรายใหญ่
KEY
POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยผลการปราบปรามของปลอมในรอบ 3 เดือนแรกของปี 2569 สามารถยึดของกลางได้กว่า 5.2 แสนชิ้น
- การจับกุมดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 690 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 65.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การปราบปรามยังครอบคลุมช่องทางออนไลน์ โดยยึดของกลางได้อีกกว่า 2 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 67 ล้านบาท
- การดำเนินการนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เพื่อสกัดกั้นสินค้าละเมิดที่ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยผลการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในท้องตลาด ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - มีนาคม) สามารถจับกุมสินค้าละเมิด 150 คดี ยึดของกลางได้กว่า 5.2 แสนชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 690 ล้านบาท โดยมูลค่าเพิ่มขึ้น 65.58% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568
ทั้งนี้ ผลการบูรณาการปราบปรามการละเมิดฯ ในท้องตลาดตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถจับกุม 1,180 คดี ยึดของกลาง 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 1,175 ล้านบาท
ขณะที่ผลการปราบปรามฯ ในช่องทางออนไลน์ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - มีนาคม) สามารถจับกุมสินค้าละเมิด 57 คดี ยึดของกลางได้กว่า 2 แสนชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ทางเศรษฐกิจกว่า 67 ล้านบาท
ทั้งนี้ผลการปราบปรามการละเมิดฯ ในช่องทางออนไลน์ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถจับกุม 275 คดียึดของกลาง 4.75 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ 183 ล้านบาท
นางอรมน เปิดเผยว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ และผู้ประกอบการด้านการค้า ลงพื้นที่ตรวจค้นแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดในพื้นที่เสี่ยงสำคัญทั่วประเทศ รวมถึงการเฝ้าระวังการจำหน่ายสินค้าละเมิด ผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการขยายผลไปสู่การจับกุมผู้นำเข้าและผู้กระทำผิดรายใหญ่ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าละเมิดเข้ามาในประเทศ โดยพบว่าสินค้าส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ก่อนกระจายเข้าสู่ท้องตลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กรมฯ มีแผนยกระดับการปราบปรามให้มีประสิทธิภาพในทุกมิติ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและภาคเอกชนอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น และใช้กฎหมายฟอกเงินเพื่อกวาดล้างตัดวงจรผู้กระทำความผิดรายใหญ่
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมขยายความร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ในการขยายผลการจับกุมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และสร้างความตระหนักรู้ในภัยอันตรายของการใช้ของปลอม รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก ตลอดจนการสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคให้ตระหนักถึงผลกระทบของสินค้าละเมิด และส่งเสริมการเลือกซื้อสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย






