
เปิดวิจัยอุตฯเรียกรถรับจ้างออนไลน์โตแรงผู้ใช้ทะลุ 16 ล้านคนปี 73 ดัน GDP เพิ่ม 5 หมื่นล.
เปิดผลวิจัยอุตสาหกรรมการเรียกรถรับจ้างออนไลน์ในไทยโตแรง คาดผู้ใช้ทะลุ 16 ล้านคนปี 2573 ดัน GDP เพิ่ม 5 หมื่นล้านบาท
KEY
POINTS
- ผลวิจัยคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเรียกรถรับจ้างออนไลน์จะเติบโตสูง โดยจะมีผู้ใช้งานมากกว่า 16 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2573
- การเติบโตของธุรกิจนี้คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ถึง 30,000 - 50,000 ล้านบาทต่อปี
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่นิยมใช้บริการเรียกรถแทนการซื้อรถยนต์ส่วนตัว
- มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้ภาครัฐเปิดกว้างและสนับสนุนนวัตกรรมด้านราคาที่ยืดหยุ่น เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืน
ผศ.ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว ผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยรายงานผลการศึกษา อนาคตของอุตสาหกรรมการเรียกรถรับจ้างออนไลน์ (Ride-Hailing) และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ว่า ประชากรในเมืองกว่า 80% นิยมใช้ระบบเรียกรถผ่านแอปฯ และกว่า 70% ใช้เป็นประจำทุกอาทิตย์
ทั้งนี้ เพราะความสะดวก แต่ผู้ใช้บริการยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ปัญหาการขาดแคลนรถ และราคาที่พุ่งสูงในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ขณะที่ฝั่งผู้ขับขี่พบว่ามีรายได้สุทธิเฉลี่ย 850 บาทต่อวัน ซึ่งสูงกว่าอาชีพเดิมและต่างพอใจในความอิสระของการทำงาน แต่ยังมีความกังวลเรื่องสัดส่วนการหักค่าคอมมิชชันที่เป็นสัดส่วนสำคัญของค่าโดยสาร และการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพทำให้ต้องเพิ่มชั่วโมงทำงาน ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพบริการในระยะยาว
ในด้านการกำกับดูแล ภาครัฐได้ให้การรับรองธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 2564 และล่าสุด คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เตรียมบังคับใช้ประกาศฉบับใหม่ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อยกระดับความปลอดภัย เช่น การตรวจสอบเรื่องใบขับขี่สาธารณะของผู้ขับขี่ การเชื่อมโยงข้อมูลกับแอปพลิเคชัน ThaiD เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน รายงานได้เสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ ประกอบด้วย
- เปิดกว้างรับนวัตกรรมด้านราคา สนับสนุนโมเดลราคาที่ยืดหยุ่น เช่น ระบบ P2P Pricing ที่ให้ผู้โดยสารและคนขับต่อรองราคากันได้โดยตรง และขยายกรอบราคาในระบบ Dynamic Pricing ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างกลไกตลาดที่สมบูรณ์ สามารถตอบโจทย์ความหลากหลายของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ
- การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ กำหนดมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง และไม่สร้างภาระต้นทุนแก่ผู้ขับขี่รถบริการและแพลตฟอร์มมากเกินไป เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลไปที่ราคาที่ผู้บริโภค
- บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านคณะกรรมการร่วมที่มีอำนาจ รวมทั้งร่วมกันกำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้
“ธุรกิจเรียกรถผ่านแอปฯ เติบโตก้าวกระโดด คาดผู้ใช้งานพุ่งกว่า 16 ล้านคนภายในปี 2573 แนะภาครัฐปรับตัวรับนวัตกรรมด้านราคา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ทั้งผู้โดยสารและคนขับ โดยการศึกษาพบว่า อุตสาหกรรม Ride-Hailing ของไทยมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี โดยได้แรงหนุนจากพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่นิยมใช้รถรับจ้างผ่านแอปฯ ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะ แทนการซื้อรถยนต์ส่วนตัวที่มีต้นทุนราคาและการดูแลรักษา ธุรกิจนี้จึงกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ได้ถึง 30,000 – 50,000 ล้านบาทต่อปี หรือ 0.2 - 0.3% ของ GDP ประเทศ”






