
ครม.เคาะเพิ่ม 7 สินค้าควบคุม น้ำดื่ม-เม็ดพลาสติก-ซอสปรุงรส รวม 66 รายการ
พาณิชย์ งัดมาตรการคุมราคา เพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ 7 รายการ รวม 66 รายการ พร้อมเข้ม 13 สินค้าต้องแจ้งขึ้นราคา สกัดของแพง รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง กระทบค่าครองชีพทั่วประเทศ
KEY
POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเพิ่มสินค้าควบคุม 7 รายการใหม่ ทำให้มีรายการสินค้าภายใต้การดูแลรวมทั้งสิ้น 66 รายการ
- สินค้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ประกอบด้วยสินค้าที่กระทบต่อต้นทุนและค่าครองชีพโดยตรง เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด เมล็ดพลาสติก และซอสปรุงรส
- กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นหลายรายการ โดยต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคา
26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการแถลงข่าวผลการประชุมครมนัดพิเศษว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบให้มีการทบทวนและเพิ่มเติมรายการสินค้าที่ต้องดูแลเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมีการอนุมัติเพิ่มสินค้าควบคุมเข้ามาอีก 7 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)
ส่งผลให้ปัจจุบันมีรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้การดูแลรวมทั้งสิ้น 66 รายการ กลุ่มสินค้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั้นเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโดยตรง อาทิ เมล็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรสต่างๆ เช่น น้ำปลาและซีอิ๊ว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ปรับเพิ่มระดับความเข้มข้นของมาตรการดูแลสินค้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ระดับตามความเหมาะสม โดยในระดับที่เข้มข้นที่สุดคือกลุ่มสินค้าที่หากผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาจะต้องดำเนินการขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนเท่านั้น ซึ่งเดิมมีสินค้าในกลุ่มนี้จำนวน 8 รายการ ได้แก่ ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมผง และนมเหลว
แต่จากการพิจารณาล่าสุดได้มีการขยับรายการสินค้าบางประเภทขึ้นมาอยู่ในกลุ่มที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคาเพิ่มขึ้น เช่น น้ำมันปาล์ม รวมถึงกลุ่มสินค้าอุปโภคที่จำเป็นอย่างกระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ ทั้งในรูปแบบก้อนและแบบเหลว เพื่อให้กระทรวงสามารถบริหารจัดการต้นทุนและกลไกราคาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
โดยปัจจุบันได้มีการหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกฝ่ายยังยืนยันความพร้อมในการดูแลสต็อกสินค้าจำเป็นให้เพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนของการดูแลภาคเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ได้ทำงานประสานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัญหาเรื่องปุ๋ยซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากกลุ่มปิโตรเคมีและมีความเชื่อมโยงกับราคาพลังงาน จากการเจรจากับสมาคมปุ๋ยพบว่าปัจจุบันมีสต็อกเพียงพอไปจนถึงเดือนเมษายน
พร้อมกันนี้กำลังอยู่ระหว่างการหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาด แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบใหม่จะมีราคาที่แตกต่างไปจากเดิม แต่รัฐบาลได้เตรียมมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่เกษตรกรและชาวประมงไว้แล้ว และยังมีการส่งเสริมการปรับสูตรปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ที่เหมาะสมเพิ่มมากขึ้นด้วย
สำหรับการแก้ปัญหาค่าครองชีพในภาพรวม กระทรวงพาณิชย์เตรียมดำเนินโครงการไทยช่วยไทย โดยร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและผู้ประกอบการรายใหญ่ นำสินค้าราคาพิเศษส่งตรงไปยังผู้ค้าปลีกและค้าส่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ
พร้อมทั้งมีมาตรการลดค่าครองชีพเฉพาะจุดในพื้นที่ที่มีความเปราะบาง ซึ่งจะทำงานเชื่อมโยงกับมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจจับสถานการณ์อย่างเข้มงวด หากพบการกักตุนสินค้าหรือการจำหน่ายในราคาที่ไม่สมเหตุสมผล จะดำเนินการตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเต็มที่ โดยประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิดสามารถแจ้งเบาะแสได้ผ่านสายด่วน 1569






