thansettakij
thansettakij
เอกชนช็อก! น้ำมันขึ้น 6 บาท ต้นทุนพุ่งทั้งระบบ-เสี่ยงราคาสินค้าขึ้นตาม

เอกชนช็อก! น้ำมันขึ้น 6 บาท ต้นทุนพุ่งทั้งระบบ-เสี่ยงราคาสินค้าขึ้นตาม

26 มี.ค. 69 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มี.ค. 69 | 07:46 น.

เอกชนช็อก! ราคาน้ำมันพุ่ง 6 บาท กระทบต้นทุนทั้งระบบ เบื้องต้นเข้าใจกลไกตลาดโลก พร้อมมั่นใจยั่งมีระลอกถัดไป เพราะกองทุนน้ำมันยังอุดหนุนดีเซลอยู่ถึง 19 บาท/ลิตร

จากกรณีรัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดพร้อมกัน 6 บาทต่อลิตร ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัญหาฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดแรงกระแทกต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

ล่าสุด มุมมองจากภาคเอกชนสะท้อนผ่านบทสัมภาษณ์ของนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย ประเมินในรายการ 'ฐานทอล์ค' ทางเนชั่นทีวี 22 ข่าวเศรษฐกิจ ว่า ช็อกระดับ 6-7 เต็ม 10 โดยการขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของแรงกดดันด้านต้นทุนที่กำลังจะทยอยส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจประเมินว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันในลักษณะ “รวดเดียวแรง” สะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของกลไกการอุดหนุนราคาพลังงานที่ไม่สามารถรับแรงกระแทกจากตลาดโลกได้อีกต่อไป และกำลังนำไปสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างราคาที่แท้จริงในระบบเศรษฐกิจไทย

6 บาทแค่เริ่มต้น มั่นใจมีระลอกถัดไป

ในโครงสร้างราคาน้ำมันปัจจุบัน ยังมีส่วนต่างจากการอุดหนุนที่ยังไม่ได้สะท้อนในราคาจริงอีกประมาณ 19 บาทต่อลิตร ซึ่งสะท้อนว่า ราคาน้ำมันที่ประชาชนเห็นในปัจจุบัน ยังไม่ใช่ “ราคาที่แท้จริง” และหากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกยังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โอกาสที่ราคาน้ำมันในประเทศจะต้องปรับขึ้นเพิ่มเติมในระยะถัดไปก็ยังมีอยู่

“ตกใจระดับหนึ่งก่อน แต่ระลอกถัดไปจะมีตามมาแน่ ความรุนแรงของสถานการณ์รอบนี้แตกต่างจากอดีต เนื่องจากเป็นผลกระทบจากสงครามที่ยังไม่สามารถประเมินจุดจบได้อย่างชัดเจน"

แม้ในเชิงปริมาณ น้ำมันจากตะวันออกกลางจะคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 20% ของการผลิตโลก แต่ในเชิงระบบกลับส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากตลาดพลังงานโลกเชื่อมโยงกันทั้งหมด ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมเป็นลูกโซ่ไปยังทุกประเทศ ทั้งในด้านราคา ค่าขนส่ง และต้นทุนการผลิต

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย

ในมุมของภาคเอกชน จึงมองว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้เป็นเพียง “การเริ่มสะท้อนต้นทุน” บางส่วนเท่านั้น ขณะที่แรงกดดันที่แท้จริงยังคงค้างอยู่ในระบบ และมีแนวโน้มจะทยอยถูกส่งผ่านออกมาเป็นระลอกในช่วงต่อจากนี้

ต้นทุนพุ่งทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรถึงส่งออก

ภาคเอกชนประเมินว่า ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 30 บาทเป็นเกือบ 38 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 20% ส่งผลกระทบในทุกห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

ทั้งต้นทุนขนส่งวัตถุดิบ การกระจายสินค้า ไปจนถึงภาคเกษตรที่ต้องใช้พลังงานสูบน้ำ ล้วนได้รับผลกระทบทั้งหมด ขณะที่ในภาคการส่งออก ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยลดระยะเวลาการยืนราคา จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 3-7 วัน เนื่องจากต้นทุนผันผวนสูงและไม่สามารถคาดการณ์ได้

นอกจากนี้ การทำสัญญาระยะยาวแบบ Tender offer ยังกลายเป็นความเสี่ยงสูง เนื่องจากไม่สามารถประเมินต้นทุนล่วงหน้าได้จนถึงสิ้นปี ขณะที่ผู้ประกอบการที่ทำสัญญาไว้ก่อนหน้านี้จำเป็นต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ราคาสินค้าขึ้นแน่แต่ต้องคุมสมดุล

นายวิศิษฐ์ยอมรับว่า ราคาสินค้าในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยอาจตรึงได้เพียงระยะสั้นจากสต๊อกเดิม แต่เมื่อเข้าสู่รอบการผลิตใหม่ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะถูกสะท้อนเข้าสู่ราคาสินค้า

อย่างไรก็ตาม ระบบสินค้าควบคุมของภาครัฐจะช่วยชะลอไม่ให้ราคาพุ่งแรงเกินไป แต่ไม่สามารถตรึงราคาได้ทั้งหมด โดยเตือนว่า หากไม่ให้ผู้ประกอบการปรับราคาเลย อาจนำไปสู่ภาวะขาดทุนและสินค้าขาดตลาดในที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังตั้งข้อสังเกตว่าการอุดหนุนราคาน้ำมันในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคา ทำให้เกิดพฤติกรรมกักตุน และทำให้ระบบซัพพลายเชนผิดเพี้ยน

“ราคาที่ถูกกว่าความเป็นจริง ทำให้เกิดการเติมน้ำมันเกินปกติ และเปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ ภาครัฐควรสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาปรับราคาพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป"