thansettakij
thansettakij
ผ่ามาตรการพาณิชย์ คุมราคาสินค้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

ผ่ามาตรการพาณิชย์ คุมราคาสินค้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

26 มี.ค. 69 | 04:55 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มี.ค. 69 | 05:21 น.

ตรวจเช็คมาตรการกระทรวงพาณิชย์ งัดมาตรการคุมสินค้า เพิ่มลิสต์ควบคุม-เข้มราคา พร้อมจัด “ธงฟ้า-ไทยช่วยไทย-ธงเขียว” ลดค่าใช้จ่ายประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการควบคุมราคาสินค้า โดยทบทวนและเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องกำกับดูแลราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาโดยไม่สมควร
  • จัดโครงการ "ไทยช่วยไทย" ร่วมมือกับผู้ผลิตและห้างร้าน เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์รองและเฮาส์แบรนด์ในราคาพิเศษช่วยลดค่าครองชีพ
  • เร่งจัดโครงการธงฟ้าราคาประหยัดทั่วประเทศ โดยเพิ่มความถี่ในการจัดงานเพื่อจำหน่ายสินค้าราคาถูกบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน
  • ช่วยเหลือเกษตรกรด้วยโครงการ "ธงเขียวพลัส" โดยจำหน่ายปุ๋ยในราคาประหยัดและมอบส่วนลดเพิ่มเติมเพื่อลดต้นทุนการผลิต

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวนและทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายมิติ โดยเฉพาะค่าครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงเกษตรกรที่ต้องแบกรับต้นทุนเรื่องวัตถุดิบอย่างหนัก

กระทรวงพาณิชย์ ถือว่าเป็นกระทรวงที่บทบาทสำคัญในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน และราคาสินค้า เพื่อควบคุมไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินสมควรหรือกักตุนสินค้า ที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนและเกษตรกร เพื่อผ่อนคลายผลกระทบที่เกิดขึ้น

มาตรการควบคุมราคาสินค้า

กลไกสำคัญคือการคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อประชาชน ที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ประกาศสินค้าควบคุมและบริการ ควบคุม จำนวน 59 รายการ แบ่งเป็นกลุ่มที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา รวม 8 รายการ และกลุ่มที่ต้องแจ้งก่อนปรับราคา รวม 20 สินค้า

จนเมื่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ จึงได้นัดประชุม และเห็นชอบให้มีการทบทวนรายการสินค้าเดิม และเพิ่มมาตรการการกำกับดูแล 13 รายการ หากมีการปรับขึ้นราคาก็ต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิย์

ขณะที่การเพิ่มสินค้ารายการใหม่เข้าบัญชีควบคุม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าหมวดอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เบื้องต้นจะเสนอครม.ให้เห็นชอบ หลังจากนั้นนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนาม และถึงจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

โดยมีกลุ่มสินค้าที่ต้องติดตามการเคลื่อนไหวราคาอย่างใกล้ชิด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุ ภาชนะผนึก น้ำยารีดผ้า และน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น

โครงการไทยช่วยไทย 

อีกหนึ่งแนวทางในการช่วยบรรเท่าผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์ ดึงพันธมิตรผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” รวบรวมสินค้าราคาที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่ม House Brand ของห้างร้าน และสินค้าแบรนด์ทางเลือกหรือแบรนด์รอง ของผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเชื่อว่า จะสามารถช่วยลดค่าครองชีพประชาชนได้ส่วนหนึ่ง

สำหรับกลุ่มสินค้าเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน 2. สินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง

ตอนนี้อยู่ระหว่างให้ภาคเอกชนไปรวบรวมรายการสินค้าที่เข้าร่วมโครงการส่งเรื่อมายัง กรมพัฒนาธุรกิจค้า ภายในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มภายในเดือนเมษายน โดยระยะเวลาดำเนินการ เบื้องต้นประมาณ 2 เดือน

 

ผ่ามาตรการพาณิชย์ คุมราคาสินค้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

 

ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย กลุ่มผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ขอให้ตรึงราคาสินค้าและ จัดโปรโมชั่นตามปกติ เนื่องจากสินค้ายังคงเป็นสต็อกเดิมหรือเป็นวัตถุดิบเดิม และพิจารณาจัดสรรสินค้าแบรนด์ทางเลือกในราคาพิเศษเพื่อส่งต่อไปยังร้านค้าส่ง-ปลีก ห้าง Modern Trade ให้พิจารณานำสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกออกวางจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ 

จัดธงฟ้าลดค่าครองชีพปชช. 

อีกหนึ่งแนวทางที่เป็นเครื่องมือหลักของกระทรวงพาณิชย์ คือ โครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน การทำโครงการรอบนี้ จะปรับรูปแบบการจัดมหกรรมธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จากเดิมที่จะจัด 60 ครั้ง ภายใน 1 ปี ย่นระยะเวลามาจัดภายใน 4 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2569 

เบื้องต้นจะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 62 ล้านบาท พร้อมทั้งจัดกิจกรรมครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง จังหวัด อำเภอ ชุมชน โดยทางกรมการค้าภายใน จะเสนอครม.ของบประมาณจากส่วนกลางเพิ่มเติมต่อไป

 

ผ่ามาตรการพาณิชย์ คุมราคาสินค้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

 

ธงเขียวพลัส ลดต้นทุนภาคเกษตร

อีกโครงการ คือ ธงเขียวพลัส จำหน่ายปุ๋ยราคาประหยัด เป้าหมายสนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบต่อครัวเรือน และเกษตรกรที่มีบัตรดินดีของกรมพัฒนาที่ดินจะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อ ปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย

โดยจะเริ่มโครงการช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2569 ซึ่งจะมีการขยายพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จากเดิม 10 จังหวัด เป็น 50 จังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกรในฤดูเพาะปลูก และจะมีการเสนอครม.เพื่อของบประมาณจากส่วนกลางเพิ่มเติม 

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัด (กจร.) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการเป็นรายวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควร หรือการกักตุนสินค้าอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

 

ผ่ามาตรการพาณิชย์ คุมราคาสินค้าลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำมันแพง