
นายกฯ ไทย–นิวซีแลนด์ ดันการค้าพุ่ง 3 เท่า ปัดฝุ่นบินตรงโอ๊คแลนด์ ต้นปี 70
นายกฯ อนุทิน ทวิภาคี นายกฯ ลักซอน ยกระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไทย-นิวซีแลนด์ บทใหม่ 70 ปีสัมพันธ์ เดินหน้า 4 เสาหลัก ตั้งเป้าเพิ่มการค้า 3 เท่า แตะ 2.4 แสนล้านบาท ภายในปี 2588 เปิดเที่ยวบินตรงโอ๊คแลนด์ ต้นปีหน้า
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีไทยและนิวซีแลนด์ประกาศยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายขึ้น 3 เท่าภายในปี 2588
- การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และนครโอ๊คแลนด์ โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน
- ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง, เศรษฐกิจและการค้า, การศึกษาและวัฒนธรรม, และความร่วมมือระดับภูมิภาค
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนิวซีแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ นครโอ๊คแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยา เดินทางถึงทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการตามประเพณีเมารี
เมื่อเดินทางถึงบริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบฯ นางสาว Alice Aben เลขานุการประจำทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ นาย Joe Harawira ผู้อาวุโสชาวเมารี (Kaumātua) ประจำทำเนียบฯ และนางสาว Pauline Hopa สตรีอาวุโสชาวเมารี (Kuia) ประจำทำเนียบฯ ให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีและภริยา ก่อนเข้าสู่พิธีต้อนรับตามขนบธรรมเนียมของชาวเมารี ชนพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ ซึ่งมีวัฒนธรรมและประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
พิธีเริ่มต้นด้วยการทักทายแบบฮงงิ (Hongi) ตามธรรมเนียมเมารี ก่อนเข้าสู่พิธีเวโร (Wero) ซึ่งนักรบชาวเมารีประกอบพิธีต้อนรับและเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนเข้าสู่พื้นที่พิธี ตามด้วยเสียงคารังกา (Karanga) หรือเสียงเรียกต้อนรับตามประเพณีจากสตรีอาวุโสชาวเมารี และการแสดงฮากา (Haka) อันทรงพลังเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและภริยา
ตลอดพิธีเป็นไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร ผสานความสง่างามของพิธีการเข้ากับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์อย่างชัดเจน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินไปยังบริเวณกลางสนามหญ้า โดยมีนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมภริยา รอให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นแท่นรับความเคารพ วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาตินิวซีแลนด์ตามลำดับ และนายกรัฐมนตรีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบริเวณสนามหญ้า นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และภริยา เดินทางเข้าสู่อาคารทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ โดยนายกรัฐมนตรีลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนที่ผู้นำทั้งสองและคู่สมรสจะร่วมถ่ายภาพและแลกเปลี่ยนของขวัญที่ระลึกระหว่างกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี สะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ในวาระครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต
ยกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์
ต่อมา เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้หารือข้อราชการกลุ่มเล็ก ณ ห้อง Small Drawing Room ภายในทำเนียบฯ โดยแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในระยะต่อไป ภายหลังการยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) โดยมุ่งให้ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของไทยและนิวซีแลนด์ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในบทใหม่สามารถสร้างโอกาสและประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยผู้นำทั้งสองจะร่วมหารือเต็มคณะต่อในเวลา 11.00 น.
นายกฯ สองประเทศแถลงข่าวร่วม
ต่อมาในเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการ นครโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวร่วมกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ภายหลังการหารือร่วมกับรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่าย ในโอกาสการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเปรียบเสมือนประตูบานสำคัญที่จะพานักลงทุนนิวซีแลนด์เข้าสู่ตลาดอาเซียนที่มีขนาดประชากรมากกว่า 600 ล้านคน นิวซีแลนด์ตั้งเป้าหมายที่จะขยายมูลค่าการค้ากับไทยเป็น 3 เท่าภายในปี 2588 พร้อมทั้งดำเนินการปรับปรุงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจให้มีความทันสมัยสอดรับกับพลวัตทางการค้าดิจิทัลและบริการวิชาชีพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมอากาศสะอาดการผลิตขั้นสูงและเทคโนโลยีการบินซึ่งได้มีการลงนามในข้อตกลงเชิงพาณิชย์ไปแล้วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนในการเข้ามาขยายฐานการลงทุนในตลาดของแต่ละฝ่าย
ทั้งนี้การยกระดับมิตรภาพสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในวาระครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจนิวซีแลนด์สามารถเข้าถึงโอกาสในเอเชียผ่านความร่วมมือที่ใกล้ชิดและมั่นคงกับภาคธุรกิจของประเทศไทยในระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งนี้เกิดขึ้นในวาระสำคัญที่ไทยและนิวซีแลนด์ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างสองประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) และขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างกันให้ก้าวไปสู่อีกระดับ
ดันความร่วมมือ 4 ประเด็นใหญ่
การหารือระหว่างสองฝ่ายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองประเทศเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลักภายใต้แผนปฏิบัติการร่วม ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action for 2026–2030) ซึ่งจะเป็นแผนที่นำทางในการแปลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
ด้านแรก ความร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคง
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมืออาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ พร้อมส่งเสริมการประสานงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและนิวซีแลนด์ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบข้ามพรมแดน
ด้านที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม
ไทยและนิวซีแลนด์เห็นพ้องขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า สู่ระดับ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.4 แสนล้านบาท ภายในปี 2588 (2045) และจะร่วมกันยกระดับความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรียังยินดีที่ผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยร่วมเดินทางเยือนนิวซีแลนด์ในครั้งนี้ และได้พบปะกับภาครัฐและภาคธุรกิจของนิวซีแลนด์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ รวมทั้งกระชับความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ด้านที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระดับประชาชน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ควบคู่กับการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในระยะยาว
ด้านที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี
ไทยและนิวซีแลนด์จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง เอเปค (APEC) และเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ โดยผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาคและสถานการณ์ระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎกติกาและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน
ลงนามความร่วมมือวัฒนธรรม-ระบบราชการ
สำหรับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (Arrangement on Cultural Cooperation) และ บันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) กับ Education New Zealand
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ซึ่งได้ลงนามไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและศักยภาพของประชาชนทั้งสองประเทศ
เปิดเที่ยวบินตรงโอ๊คแลนด์ ต้นปีหน้า
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวาระครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยและนิวซีแลนด์มุ่งหวังที่จะเห็นความเป็นหุ้นส่วนระหว่างกันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมแสดงความยินดีที่การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และนครโอ๊คแลนด์ โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ และสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า ธุรกิจ การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะยิ่งใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค
ลงนามเอกสารสำคัญ 4 ฉบับ
นายกฯทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ดังนี้
1.ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ และ
2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์
3.บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน
4.ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited
นายกรัฐมนตรียังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับเต็มที่ มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมตรีกล่าวจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ







