
มหาดไทย ขีดเส้นตายทุกจังหวัด ผูกพันงบลงทุน เม.ย.69 ต้องเสร็จ!
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เร่งรัดการเบิกจ่ายและใช้จ่ายงบประมาณ งบลงทุนที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน ต้องเร่งรัดให้เสร็จภายในเมษายน 2569 เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- กระทรวงมหาดไทยสั่งการด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 และงบเหลื่อมปี 2568 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
- กำหนดเส้นตายสำหรับโครงการประเภทงบลงทุนปี 2569 ที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569
- การเบิกจ่ายงบประมาณจะถูกใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงหัวหน้ากลุ่มจังหวัดทุกกลุ่มจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เร่งรัดการเบิกจ่ายและใช้จ่ายงบประมาณ ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และงบประมาณปี พ.ศ. 2568 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี
ทั้งนี้ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีเงินงบประมาณลงไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2569 โดยเฉพาะงบลงทุนที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน ต้องเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนเมษายน 2569
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่เห็นชอบเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณ
ประกอบกับกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามแนวทางของสำนักงบประมาณมาก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมกำหนดให้รายงานกลับมายังกระทรวงมหาดไทยภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ เพื่อเสนอต่อรมว.มหาดไทยต่อไป
สาระสำคัญของหนังสือด่วนที่สุดฉบับนี้ กระทรวงมหาดไทยได้แบ่งแนวทางปฏิบัติออกเป็น 3 กรณีหลัก
กรณีแรก เป็นเรื่องการอนุมัติเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 กระทรวงมหาดไทยกำชับให้ดำเนินการตามแนวทางการอนุมัติเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 รวมถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณที่สำนักงบประมาณกำหนดอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้หากจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดใดมีความจำเป็นต้องขอรับการอนุมัติเงินจัดสรรเกินกว่าที่กำหนดไว้ จะต้องยื่นคำขอต่อสำนักงบประมาณโดยตรง พร้อมแสดงความพร้อมในการใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณีไป โดยไม่มีการผ่อนปรนในส่วนนี้ เว้นแต่จะมีเหตุผลความจำเป็นที่ชัดเจนและพิสูจน์ได้
กรณีที่สอง เกี่ยวกับงบประมาณปี พ.ศ. 2568 ที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าให้เบิกจ่ายให้ครบถ้วนภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2569
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ดำเนินการเบิกจ่ายยังไม่เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลาดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดทางออกไว้ให้ โดยให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดำเนินการขอขยายเวลาเบิกจ่ายออกไปอีก 6 เดือน จนถึงวันทำการสุดท้ายของเดือนกันยายน 2569 ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้งบประมาณที่ตั้งไว้ถูกพับไปโดยผลของกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการดำเนินโครงการและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม
กรณีที่สาม งบประมาณปี พ.ศ. 2569 โดยเฉพาะโครงการประเภทงบลงทุนที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เร่งรัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ได้มากที่สุดภายในเดือนมีนาคม 2569 และต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569 โดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้าแก่ผู้รับจ้าง และการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามงวดงานและงวดเงินตามสัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อให้ยอดการเบิกจ่ายรวมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดได้อย่างแท้จริง
สำหรับโครงการที่ได้อนุมัติและมอบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างให้หน่วยดำเนินการไปแล้วนั้น ให้หัวหน้ากลุ่มจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นยํ้าการกำกับดูแล บริหารจัดการ และติดตามเร่งรัดการดำเนินงานและการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนดอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน
ด้านมาตรการกำกับและติดตามผลนั้น การเบิกจ่ายและใช้จ่ายงบประมาณได้ถูกกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดสำหรับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง และจะมีการถ่ายทอดเป้าหมายและตัวชี้วัดดังกล่าวลงไปยังหัวหน้าสำนักงานจังหวัดด้วย
พร้อมกันนี้ กระทรวงมหาดไทยจะประสานและติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายและใช้จ่ายงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด
สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ยังเป็นไปตามแนวทางของสำนักงบประมาณ ซึ่งได้มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ถึงทุกหัวหน้าหน่วยงานรับงบประมาณ เรื่องการอนุมัติเงินจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้การใช้จ่ายและก่อหนี้ผูกพันงบประมาณรายจ่ายในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสอดคล้องกับแผนการปฏิบัติงาน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ คือ งบประมาณสำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐจะจัดสรรให้เต็มวงเงินโดยไม่ต้องยื่นคำขอ
ขณะที่งบประมาณรายจ่ายรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีที่เป็นรายการใหม่ในปีงบประมาณ 2569 ให้หน่วยงานเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ส่วนงบประมาณรายจ่ายประเภทอื่นนอกเหนือจากสองประเภทแรก จะจัดสรรตามความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 แต่ไม่เกินร้อยละ 75 ของทุกแผนงานตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยไม่ต้องยื่นคำขออนุมัติ
หากมีความจำเป็นต้องขอรับการอนุมัติเงินจัดสรรเกินกว่าร้อยละ 75 ที่กำหนดไว้ ให้ยื่นคำขออนุมัติต่อสำนักงบประมาณโดยต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นและความพร้อมในการใช้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันประกอบการพิจารณาเป็นกรณีไป
นอกจากนี้ยังกำหนดให้หน่วยรับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติเงินจัดสรรและมีสำนักงานในส่วนภูมิภาค ต้องเร่งส่งเงินจัดสรรต่อไปยังสำนักงานในส่วนภูมิภาคภายใน 5 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุมัติ และในกรณีที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับทุนหมุนเวียนที่ไม่เป็นนิติบุคคล ให้จัดสรรไปยังทุนหมุนเวียนทันทีที่ได้รับเงินจัดสรรจากสำนักงบประมาณ
สำนักงบประมาณยังกำชับหัวหน้าหน่วยรับงบประมาณให้ควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามรายการที่กำหนดในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และไม่ควรโอนหรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรไปดำเนินรายการอื่น เว้นแต่กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งและต้องไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในทุกกรณี โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบุคลากรภาครัฐให้ใช้จ่ายตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่สำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบไว้อย่างเคร่งครัด
รวมทั้งให้ถือปฏิบัติตามแนวทางการบริหารงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภายใต้แผนงานบุคลากรภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ด้วย และสำนักงบประมาณยังระบุด้วยว่างบประมาณรายจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด จะพิจารณาอนุมัติเงินจัดสรรให้หน่วยรับงบประมาณก่อนสิ้นไตรมาสที่ 3 ตามความจำเป็นของการปฏิบัติงานต่อไป เพื่อให้การขับเคลื่อนงบประมาณเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีงบประมาณ






