thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ หนุนรับซื้อข้าวโพดปลอดเผา เชื่อมตลาด-เพิ่มรายได้ แก้ฝุ่น PM2.5

พาณิชย์ หนุนรับซื้อข้าวโพดปลอดเผา เชื่อมตลาด-เพิ่มรายได้ แก้ฝุ่น PM2.5

22 มี.ค. 69 | 05:54 น.
อัปเดตล่าสุด :22 มี.ค. 69 | 06:40 น.

พาณิชย์ ลุยเหนือ เชื่อมรับซื้อข้าวโพดปลอดเผา ลดฝุ่น PM 2.5 ดันมาตรฐาน GAP-Traceability โรงงานพร้อมซื้อ สร้างรายได้เพิ่ม พร้อมต่อยอดวัสดุเหลือใช้เป็นสินค้ามูลค่าสูง

KEY

POINTS

  • กรมการค้าภายในลงพื้นที่เชื่อมโยงตลาดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในพื้นที่ปลอดการเผา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และสร้างรายได้
  • ผู้ประกอบการและโรงงานอาหารสัตว์มีความต้องการรับซื้อผลผลิตข้าวโพดปลอดเผาที่ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรมีตลาดรองรับที่แน่นอน
  • ส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้จากการปลูกข้าวโพด เช่น ซัง เปลือก และต้น ไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นรายได้เสริมและลดการเผา

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน เพื่อจัดประชุมชี้แจง สร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์แนวทาง “การเชื่อมโยงการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และการจำหน่ายวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ปลอดการเผา” เมื่อวันที่ 19–20 มีนาคม 2569 ณ สหกรณ์การเกษตรขุนยวม จำกัด อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน และสหกรณ์การเกษตรแม่แจ่ม จำกัด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคการเกษตร

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมและผลักดันการใช้วัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มมูลค่า ลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร 

โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมดำเนินการอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ จากการประชุมพบว่า ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศมีปริมาณสูงประมาณ 9.26 ล้านตันต่อปี ขณะที่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ ส่งผลให้ข้าวโพดที่มีคุณภาพและผลิตในระบบปลอดการเผามีตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง 

โดยผู้ประกอบการและโรงงานอาหารสัตว์ยืนยันความพร้อมในการรับซื้อ หากผลผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อาทิ ความชื้นไม่เกินร้อยละ 14.5 มีความสะอาด และปราศจากเชื้อราเกินเกณฑ์

ในส่วนของการเชื่อมโยงตลาด อย่างในครั้งนี้สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่–ลำพูน จำกัด มีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 700–800 ตันต่อเดือน หรือราว 9,000 ตันต่อปี โดยเน้นการรับซื้อจากเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ภาคเหนือ เช่น อำเภอแม่แจ่ม เวียงป่าเป้า แม่ลาน้อย และวังชิ้น ควบคู่กับการกระจายสินค้าไข่ไก่กลับสู่ชุมชน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่พึ่งพาอาศัยกันอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิตตามหลักเกณฑ์ GAP (ปลอดการเผา) และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กฎระเบียบ EUDR และกฎหมายอากาศสะอาด ที่กำหนดให้สินค้าต้องมาจากแหล่งผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มิฉะนั้นอาจถูกกีดกันทางการค้าหรือเผชิญภาระภาษีคาร์บอน

อีกทั้ง ยังมีการส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกข้าวโพด อาทิ ซัง เปลือก และต้น ไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น การผลิตทรายแมวออร์แกนิก กระดาษชีวภาพ ผลิตภัณฑ์แฟชั่น วัสดุเพาะเห็ด อาหารสัตว์อัดก้อน และเชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร และลดปัญหาการเผาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการรับซื้อใช้เครื่องวัดความชื้นที่ได้มาตรฐานตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ โดยต้องเป็นเครื่องมือที่ผ่านการรับรองและแสดงผลอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร และสร้างความเป็นธรรมในการซื้อขาย

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในขอความร่วมมือเกษตรกรตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือรับซื้อ และหากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ