
‘อนุทิน’ เรียกผู้ค้าน้ำมัน-โรงกลั่น ถก ศบก. พรุ่งนี้ แก้ปัญหาพลังงานทั้งระบบ
นายกฯ ‘อนุทิน’ เรียกประชุม ศบก.ชุดใหญ่พรุ่งนี้ เชิญโรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ค้าน้ำมัน รวมทั้ง Jobber ไล่เช็คปัญหาทั้งระบบ ‘พิพัฒน์’ เผยไล่บี้ตัวเลขจริงจากทุกหน่วยงาน ปูดอาจมีลักลอบขนส่งน้ำมันทางเรือออกต่างประเทศ
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน จะเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) โดยเชิญผู้ค้าน้ำมัน โรงกลั่น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
- การประชุมมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลภาครัฐที่ระบุว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ
- มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการกักตุนน้ำมัน หรือลักลอบนำออกไปขายนอกประเทศ ซึ่งจะมีการตรวจสอบเพื่อหาความจริง
- ภาครัฐยืนยันว่าไม่ได้ออกมาตรการจำกัดโควตาการขายน้ำมัน แต่การจำกัดโควตาดังกล่าวเกิดขึ้นจากฝั่งผู้ค้าหรือโรงกลั่นเอง
18 มี.ค. 69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง (ศบก.) เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ศบก. ที่ห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
ทั้งนี้นายกฯ ได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมและการค้าน้ำมัน ทั้งโรงกลั่น ผู้ประกอบการขนส่ง และผู้ค้าน้ำมัน รวมทั้งผู้ขายส่งน้ำมัน (Jobber) รวมทั้งหน่วยงานรัฐ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ดูโครงสร้างภาษี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ดูผลกระทบเรื่องของสินค้า พร้อมมีมีองค์ประกอบหลาย ๆ กระทรวงเข้ามาประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาปริมาณน้ำมันในประเทศไทย
นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ในส่วนของปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ตนเองก็มีความสงสัยในข้อเท็จจริง เนื่องจากพบความย้อนแย้งข้อมูลของภาครัฐและเอกชน โดยระบุว่ากระทรวงพลังงานยืนยันว่าไทยยังมีสต็อกน้ำมันสำรองถึง 101 วัน และโรงกลั่นก็ยังคงกลั่นน้ำมันเต็มกำลังการผลิต
"ตัวผมเองก็มีปั๊มน้ำมันหลายยี่ห้อเพื่อให้เห็นการเปรียบเทียบ ในอดีตปั๊มเคยขายได้วันละ 15,000 ลิตร แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มผมแค่ 4,000-5,000 ลิตร น้ำมันหายไป 10,000 ลิตรต่อวัน ในเมื่อบอกว่าน้ำมันไม่ขาด แล้วน้ำมันมันล่องหนได้อย่างไร แสดงว่าต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน" นายพิพัฒน์ ระบุ
ทั้งนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการ ลักลอบนำน้ำมันออกไปขายต่างประเทศทางเรือ โดยได้สอบถามไปยังกรมธุรกิจพลังงานแล้วว่ามีการงดการส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง เพราะหากไม่มีที่เก็บน้ำมันในประเทศ น้ำมันที่กลั่นออกมาทุกวันก็ไม่ควรจะขาดแคลน และยืนยันว่า ภาครัฐไม่เคยมีมาตรการจำกัดโควตาการขายน้ำมัน แต่การจำกัดโควตานั้นเกิดขึ้นจากผู้ค้าหรือโรงกลั่นเอง
"วันพรุ่งนี้จะมาแก้ผ้าดูทีละคนว่าใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก จะมีการจับเท็จให้ได้ว่าสิ่งที่โรงกลั่นและหน่วยงานต่างๆ บอกว่าน้ำมันไม่ช็อตนั้น ข้อเท็จจริงน้ำมันหายไปไหน" นายพิพัฒน์ กล่าว
ส่วนข้อสังเกตว่าโรงกลั่นเอาน้ำมันเก่ามาขายในราคาปัจจุบันทำให้ได้กำไรมาก นั้น รองนายกฯ ระบุว่า ตนไม่ได้ชี้แจงหรือตอบคำถามแทนโรงกลั่นหรือผู้ประกอบการ วันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วได้น้ำมันวันนี้ มันจะต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพราะฉะนั้นวันทีสั่งซื้อ และมีการกลั่นในวันนี้ เป็นน้ำมันอดีตก่อนการรบแน่นอน
แต่บอกว่าน้ำมันราคาถูกแต่ทำไมมาขายในราคาแพง แต่ถ้าวันนี้ราคาสูง 100 ดอลลาร์ อีก 3 เดือนรับน้ำมันดิบเข้ามาที่คลัง และอีก 3 เดือนสงครามยุติ ราคาน้ำมันดิบลดลงไปเหลือ 60 ดอลลาร์ แต่รับน้ำมันดิบที่ 100 ดอลลาร์ แล้วถึงเวลานั้นโรงกลั่นจะไปขายราคาที่ 100 ดอลลาร์ก็ไม่ได้ อันนี้เราพูดถึง Fair to Fair มีกติกาของการค้าขาย กติกาของการเทรด ไม่ใช่เอาแต่ได้
เมื่อถามว่าข้อเสนอของภาคเอกชนที่ให้อุดหนุนราคาน้ำมันตรงให้กับกลุ่ม Jobber สามารถทำได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้เพราะข้อกฎหมายไม่เอื้อให้ทำ เรื่องนี้ต้องแก้ปัญหาด้วยแนวทางอื่นต่อไป






