
เครือข่ายรถบรรทุก 200 คัน บุกแหลมฉบัง จี้รัฐเร่งแก้วิกฤตน้ำมัน
เครือข่ายรถบรรทุกทั่วประเทศ TRUCK POWER กว่า 200 คัน บุกแหลมฉบัง จี้รัฐเร่งแก้วิกฤตน้ำมัน-ปัญหารถติดท่าเรือ หวั่นกระทบต้นทุนขนส่งเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- เครือข่ายรถบรรทุกประมาณ 200 คัน รวมตัวชุมนุมที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
- ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น
- มีข้อเรียกร้องหลักให้รัฐบาลเร่งควบคุมราคาพลังงาน แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ท่าเรือ และออกมาตรการลดภาระต้นทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 มีนาคม 2569) เวลา 09.00 น. กลุ่มผู้ประกอบการขนส่งสินค้าและเครือข่ายรถบรรทุกจากทั่วประเทศ ได้รวมตัวจัดกิจกรรม TRUCK POWER บริเวณหน้าตลาดบิ๊กฟู๊ด ติดสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถนนสุขุมวิท พื้นที่แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการขนส่งอย่างเร่งด่วน
สำหรับการรวมตัวครั้งนี้มีรถบรรทุกเข้าร่วมประมาณ 200 คัน โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกเป็นกลุ่มรถที่จอดรวมตัวตามจุดที่กำหนดไว้ตามแผนผัง เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่มาจากสมาคมขนส่งทั่วประเทศ
ขณะที่ส่วนที่สอง เป็นขบวนรถเคลื่อนที่จำนวนประมาณ 40–60 คัน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมขนส่งแหลมฉบังและสมาคมขนส่งภาคตะวันออก (ระยอง)
ทั้งนี้เริ่มต้นขบวนจากพื้นที่หนองแขวะ ใช้เส้นทางถนนทางหลวงชนบท ก่อนเลี้ยวขวาบริเวณหน้าศิลามาส วิ่งผ่านถนนหน้าบ้านพักท่าเรือแหลมฉบัง และอาคารบริหาร
ขณะเดียวกันขบวนได้ใช้เส้นทางสะพานเกือกม้า บริเวณทางเข้าบ้านแหลม มุ่งสู่ถนนสุขุมวิท เลี้ยวซ้ายผ่านโรงเรียนบุญจิต และไปหยุดตั้งขบวนบริเวณสัญญาณไฟแดงหน้าโรงกลั่นไทยออยล์
กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ระบุว่า ปัจจุบันกำลังเผชิญกับวิกฤตราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัญหาการจราจรติดขัดสะสมในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก และกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
ด้านผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณามาตรการช่วยเหลือ ทั้งในด้านการควบคุมราคาพลังงาน การบริหารจัดการจราจรในพื้นที่ท่าเรือ
นอกจากนี้รวมถึงแนวทางลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
อย่างไรก็ดีสถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด





