thansettakij
thansettakij
สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ จี้รัฐตรึงราคาดีเซล 60 วัน แก้วิกฤติน้ำมันแพง

สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ จี้รัฐตรึงราคาดีเซล 60 วัน แก้วิกฤติน้ำมันแพง

สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ บุกแหลมฉบัง หลังยื่น 8 ข้อเสนอ เงียบกริบ จี้รัฐตรึงดีเซล 30 บาท 60 วัน สกัดวิกฤติพลังงาน เหตุสงครามตะวันออกกลาง แนะผ่าทางตันจราจรท่าเรือ-รื้อสัญญาสัมปทาน Terminal หมดอายุ ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 60 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันแพง
  • สาเหตุของวิกฤตมาจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
  • มีการจัดกิจกรรม Truck Power เพื่อกดดันรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหา หลังข้อเสนอที่ยื่นไปก่อนหน้ายังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรม
  • นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ และแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการ

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และอิหร่าน ได้เริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ 

ขณะเดียวกันยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงในเวลาอันใกล้ จึงส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั้งโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับราคาสูงขึ้นทุกตลาด ส่งผลให้มีการขาดแคลนน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จในประเทศ ที่นำเข้าน้ำมันดิบทั่วโลก

นายทองอยู่ กล่าวต่อว่า หลังจากการประชุมของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯในช่วงที่ผ่านมาถึงมาตรการต่างๆ ที่นำเสนอต่อภาครัฐ จำนวน 8 ข้อ พร้อมยื่นหนังสือข้อร้องเรียน ข้อเสนอต่อ กระทรวงพลังงานและกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 มาแล้วนั้น 
 

ทั้งนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม ที่เสนอไปแล้วนั้นจึงมีความจำเป็นต้องจัดกิจกรรม Truck Power ในวันนี้ (18 มีนาคม 2569) ที่แหลมฉบัง ศรีราชา จ.ชลบุรี อีกครั้งเพื่อสะท้อนปัญหาให้รัฐบาลได้รับทราบและแก้ปัญหาให้กับประชาชนต่อไป 

สำหรับข้อเสนอดังกล่าวของสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติราคาพลังงาน วิกฤติปัญหาจราจร ในท่าเรือแหลมฉบัง ดังนี้

1.รัฐบาลควรตรึงราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็วขายปลีกหน้าปั๊ม อยู่ที่ 30  บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้น้ำมันทุกกลุ่มมีเวลาเตรียมตัว  

2.รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามปั๊มน้ำมัน ทุกปั๊มของผู้ค้าน้ำมัน มาตรา 7 ผู้ค้ารายใหม่ (ห้ามขาดแคลน, ห้ามปิดปั๊ม, ห้ามจัดสรรโควตา หรือจำกัดการเติม และอื่น ๆ) เพราะความล้มเหลวด้านการบริหารจัดการ การจัดส่งน้ำมันจากคลัง ไปยังปั๊มน้ำมัน โดยใช้ทุกระบบที่มีอยู่ เช่น ขนส่งทางท่อ, ขนส่งทางรถไฟ, ขนส่งทางรถบรรทุก, ขนส่งทางเรือ ฯลฯ น้ำมันไม่ขาดแคลน

3. รัฐบาลต้องบริหารจัดการ รักษาเสถียรภาพ ราคาน้ำมันดีเซล หรือทุกชนิดให้ราคาของผู้ค้ารายใหม่ ตามมาตรา 7 และผู้ค้ารายย่อย หรือผู้ค้าส่ง Jobber ราคา ณ โรงกลั่นหรือหน้าคลังใกล้เคียงกัน หรือต่างกันไม่เกิน 2 บาท/ลิตร เพื่อให้ปั๊มเอกชนหรือปั๊มอุตสาหกรรม การพาณิชย์ จำนวน กว่า 20,000 แห่ง (ปั๊ม) สามารถซื้อน้ำมันและเปิดกิจการได้

4. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤติจราจรติดขัด จอดรอรับสินค้า หรือตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งแต่รถเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และออกไป ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง ต่อคัน/ต่อครั้ง/ต่อเที่ยว โดยมีหลายมาตรการที่เคยนำเสนอ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

 

สหพันธ์ขนส่งทางบกฯ จี้รัฐตรึงราคาดีเซล 60 วัน แก้วิกฤติน้ำมันแพง

 

ขณะเดียวกันภาครัฐควรจัดสถานที่รับ-ส่ง ตู้เฉพาะจำนวน 70  ไร่ หรือให้เพียงพอในเขตท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อปล่อยรถ กลับออกไป รับสินค้าอื่น ๆได้ต่อไป เป็น Rest Area Packing และจัดระบบบริหารจัดการที่เป็น Plat from ร่วมกับทุกฝ่าย ผู้นำเข้า-ผู้ส่งออก, ท่าเรือแหลมฉบัง, ผู้ประกอบการขนส่ง เป็นระบบ Digital หรือ AI ที่รู้ข้อมูลล่วงหน้า

นอกจากนี้ยังมีการจัดการเรื่องสัญญาสัมปทาน ของแต่ละ Terminal ที่หมดอายุไปแล้วตั้งแต่ปี 2563 ให้เรียบร้อยและปรับปรุงแก้ไขสัญญาสัมปทานใหม่ให้ภาครัฐสามารถเข้าควบคุมการบริหารจัดการของคู่สัญญาได้ในกรณีที่มีปัญหาเรื่อง การให้บริการ ด้านราคา อัตราค่าบริการ และอื่น ๆ เหล่านี้เป็นต้น 

อย่างไรก็ดีรวมถึงการแก้ไขเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ภายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ที่สร้างปัญหาการจราจร เช่น Gate ประตู เข้า-ออก สำนักงานศุลกากร Cheking Past จุดตัดทางรถไฟและถนน, สะพานกลับรถและจุดตัดถนน, การขยายถนน การปรับปรุงซ่อมแซมถนน ฯลฯ

5. รัฐบาลต้องใช้สถานการณ์วิกฤติพลังงานในช่วงนี้ ปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ตั้งแต่สัมปทานการขุดเจาะ สำรวจ การกลั่น คลังน้ำมันสำรอง คลังน้ำมันตามกฎหมายของรัฐบาล ราคา ณ โรงกลั่น ที่เป็นธรรม (ไม่ต้องอ้างอิงราคาสิงคโปร์) ราคา สมมติทั้งหลาย , โครงสร้างภาษีทั้งระบบฯลฯ

นายทองอยู่ กล่าวต่อว่า ภาครัฐต้องนำกฎหมาย กฎกระทรวง พรบ. พรก.ที่มีอยู่ทั้งหมด มาเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป ปฏิวัติโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ ให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับผู้บริโภค จัดการระบบสัมปทานใหม่ทั้งหมด เพื่อประชาชน คนมีรายได้น้อย ในต่างจังหวัดหรือทั่วประเทศ ได้ใช้ ซื้อหรือบริโภคน้ำมันในราคาเดียวกันทั้งประเทศ 

ทั้งนี้ไม่ใช่เฉพาะคนกรุงเทพและปริมณฑล ได้ใช้น้ำมันถูกกว่าประชาชนคนต่างจังหวัด (ยิ่งไกลยิ่งแพง) โดยเปลี่ยนระบบการขนส่งทั้งระบบให้มีทางเลือกหลายๆระบบ