thansettakij
thansettakij
กรมเจ้าท่า สั่งตรึงราคา ‘เรือคลองแสนแสบ’ ลุ้นดีเซลแตะ 33 บาท ทบทวนใหม่

กรมเจ้าท่า สั่งตรึงราคา ‘เรือคลองแสนแสบ’ ลุ้นดีเซลแตะ 33 บาท ทบทวนใหม่

18 มี.ค. 69 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 09:56 น.

กรมเจ้าท่า จับมือ บจ.ครอบครัวขนส่ง ตรึงค่าโดยสารเรือคลองแสนแสบ ย้ำไม่ปรับขึ้นราคา หลังดีเซลผันผวน ฟากเอกชนโอดแบกต้นทุนค่าแรง-น้ำมันอ่วม หลังยอดผู้โดยสารวูบเหลือ 3 หมื่นคนต่อวัน จี้รัฐทบทวนโครงสร้างต้นทุนรอบด้าน

KEY

POINTS

  • กรมเจ้าท่าสั่งผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบตรึงอัตราค่าโดยสารไว้เท่าเดิม เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • ผู้ประกอบการยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารในระยะสั้นนี้ แม้ต้นทุนราคาน้ำมันจะสูงขึ้น
  • การพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกสูงเกิน 33 บาทต่อลิตร ติดต่อกันนานกว่า 10 วัน

นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันผันผวนนั้น กรมฯได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการคุมค่าโดยสาร เบื้องต้นได้หารือร่วมกับนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด หรือผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบแล้ว

ทั้งนี้จากการหารือได้ข้อสรุปว่า ปัจจุบันยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารแต่อย่างใด และยังคงจัดเก็บในอัตราเดิมตามที่กำหนด แม้สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการปรับเปลี่ยนอัตราค่าโดยสารในอนาคตจะต้องเป็นไปตามกลไกที่กำหนดไว้ หรือสูตรขั้นบันไดอัตราค่าน้ำมัน ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือ ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มจะต้องอยู่ในช่วงเกณฑ์ที่กำหนดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 10 วัน จึงจะสามารถพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารได้ 

ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาโดยไม่เหมาะสมและลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้บังคับครอบคลุมทั้งเรือโดยสารในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค 

“ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้เอง หากราคาน้ำมันยังไม่เข้าเงื่อนไขตามเพดานราคาที่กำหนด และต้องยึดราคาน้ำมันหน้าปั๊มเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลัก เพื่อสร้างความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ” นายกริชเพชร กล่าว

นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด กล่าวว่า ในระยะสั้นโดยเฉพาะภายในสัปดาห์นี้ จะยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างแน่นอน แม้ต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 
 

สำหรับเงื่อนไขสำคัญในการปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท จะเกิดขึ้นเมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงเกิน 33 บาทต่อลิตร หากราคาน้ำมันมีการปรับขึ้น

ขณะที่ค่าโดยสารไม่มีการปรับขึ้นราคา  สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนค่าแรงงาน ซึ่งถือเป็นภาระสำคัญแต่ยังไม่ได้รับการนำมาพิจารณาในโครงสร้างค่าโดยสารอย่างเพียงพอ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 250 คน 

นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า มองว่าภาคเอกชนมีข้อจำกัดในการแบกรับภาระขาดทุนเมื่อเทียบกับหน่วยงานรัฐ จึงต้องการให้ภาครัฐพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านพลังงานและค่าแรง เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

“เราได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด หากราคาปรับตัวถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะมีการพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยยืนยันว่าจะมีการสื่อสารล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด” นายเชาวลิต กล่าว

อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบพบว่าปริมาณผู้โดยสารยังมีแนวโน้มลดลงจากเดิมประมาณใช้บริการ 40,000 คนต่อวัน ขณะนี้เหลือเพียงราว 30,000 คนต่อวัน 

ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลง การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของผู้ประกอบการ