thansettakij
thansettakij
‘กนอ.’ กางแผนรับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ชงฟรีค่าเช่า 2 ปีดูดลงทุนอุตฯยุคใหม่

‘กนอ.’ กางแผนรับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ชงฟรีค่าเช่า 2 ปีดูดลงทุนอุตฯยุคใหม่

10 มี.ค. 2569 | 05:05 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มี.ค. 2569 | 05:23 น.

‘กนอ.’ กางแผนรับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง เตรียมชงฟรีค่าเช่า 2 ปีดูดลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่ เร่งอัดฉีดนวัตกรรมและพลังงานสะอาด

KEY

POINTS

  • กนอ. เตรียมแผนรับมือผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่อาจกระทบต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการ
  • เสนอมาตรการจูงใจยกเว้นค่าเช่าที่ดินและค่าบำรุงรักษาเป็นเวลา 2 ปี เพื่อดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์
  • เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้พึ่งพาตนเองได้มากขึ้นผ่านโซลาร์เซลล์ และนำเทคโนโลยี AI มาลดขั้นตอนด้านเอกสารเพื่อชดเชยต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์การเผชิญหน้าในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก กนอ. ยืนยันความพร้อมการทำหน้าที่เป็น Partner เชิงกลยุทธ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านแผนดำเนินงานปี 2568-2569 ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์พลังงานของโลกมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยภาคเอกชนประเมินว่าไทยอาจได้รับแรงกระแทกจากการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางบ้าง 

และอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตและค่าไฟฟ้าของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว โดยกนอ. กำลังเร่งยกระดับสู่โครงสร้างพื้นฐานขั้นสูง (Advanced Infrastructure) ซึ่งจะเน้นการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานผ่านการส่งเสริมโรงไฟฟ้า SPP/IPP และการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงโซลาร์ลอยน้ำ (floating solar) ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อก้าวสู่เป้าหมาย RE100 และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 315,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น 

ขณะที่ด้านโลจิสติกส์ที่ผู้ส่งออกกำลังเผชิญกับค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% และระยะเวลาขนส่งที่นานขึ้นจากการปรับเส้นทางเรือ กนอ. ได้เสนอแนวทางคืนเวลาเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วยการใช้ความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบ (Regulatory Flexibility) ผ่านการนำเทคโนโลยี AI และ OCR มาช่วยในระบบอนุญาตอัจฉริยะ (I-EA-T EASE) 

ซึ่งสามารถลดระยะเวลาบริการจากเดิมเฉลี่ย 55 นาที เหลือเพียง 11-19 นาที รวมถึงปรับขั้นตอนให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มโครงการได้ไวขึ้น แม้จะอยู่ในกระบวนการรอผล EIA เพื่อสร้างความมั่นใจในความเร็วและความแน่นอนของการทำธุรกิจ 

“มั่นใจว่าไทยยังมีความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง หรือโอกาสทองสำหรับการย้ายฐานการผลิต(Supply Chain Reconfiguration) ซึ่ง กนอ.ได้ปรับตำแหน่งเชิงกลยุทธ์จากผู้จัดสรรที่ดินสู่การเป็น Industrial FDI+ Platform ขณะเดียวกัน กนอ.ยังได้อัดฉีดมาตรการจูงใจที่จับต้องได้จริง เช่น มาตรการฟรีค่าเช่าที่ดินและค่าบำรุงรักษาเป็นเวลา 2 ปี ในนิคมอุตสาหกรรมนำร่อง เพื่อดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ (New Economy) อาทิ EV, Electronics และ Digital พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์เตือนภัยทางเศรษฐกิจเพื่อให้โรงงานวางแผนบริหารสต็อกวัตถุดิบได้ทันท่วงที”

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กนอ. ยังให้ความสำคัญกับการประคอง SMEs และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศผ่านโครงการ SMEs + Matching MMC เพื่อผลักดัน Local Suppliers ไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก รวมถึงการดูแลทรัพยากรมนุษย์ผ่านโครงการตรวจสุขภาพปอดเชิงรุกด้วย AI เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานในนิคมฯ ท่ามกลางภาวะตึงเครียด 

“แม้ปี 2569 จะมีความท้าทายสูง แต่ด้วยความพร้อมด้านนวัตกรรมและธรรมาภิบาล กนอ. เชื่อมั่นว่าสามารถนำพาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”