
รัฐบาล ส่งสัญญาณทยอยขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน หากอั้นไม่ไหว
นายกฯ อนุทิน เรียกประชุมติดตามสถานการณ์พลังงาน รับมือสงครามตะวันออกกลาง ส่งสัญญาณชัดทยอยขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน หากอั้นไม่ไหว พ่วงเพิ่มไบโอดีเซลในดรเซล พร้อมเสนอครม. พรุ่งนี้ ออกมาตรการประหยัดพลังงาน
KEY
POINTS
- รัฐบาลส่งสัญญาณอาจต้องทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินแบบขั้นบันได หากไม่สามารถพยุงราคาต่อไปได้อีกจากผลกระทบของราคาในตลาดโลก
- สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- แม้มีแนวโน้มขึ้นราคาเบนซิน แต่รัฐบาลจะใช้มาตรการอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ส่งเสริมการใช้ E20 และ E85 ให้มีราคาถูกลง และตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไปอีก 2 เดือน
9 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบต่อประเทศไทย
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลประชาชน โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การรักษาเสถียรภาพด้านราคา และการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ต้องไม่เพิ่มภาระให้กับประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว (Energy Resilience) ด้วย
ในการประชุมครั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงแนวโน้มผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางบริหารจัดการพลังงานและมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานอำนวยการในการบูรณาการแผนการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารสถานการณ์พลังงานได้อย่างมีเอกภาพและครอบคลุม
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้รายงานมาตรการยกระดับการสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์อย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมเพียงพอ
สำหรับสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ ขณะนี้ยังคงมีปริมาณเพียงพอและไม่น่าวิตกกังวล โดยมีการเตรียมแผนบริหารจัดการพลังงานเพิ่มเติม อาทิ การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น เช่น ถ่านหินและพลังงานน้ำ เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศ
“ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ทั้งการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งจะเสริมด้วยมาตรการประหยัดพลังงานตามความจำเป็น โดยยืนยันว่าการดำเนินนโยบายทุกด้านจะมุ่งให้ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเกิดขึ้นน้อยที่สุด” นายกฯ ระบุ
ต่อมาในเวลาประมาณ 17.40 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมหารือถึงมาตรการต่าง ๆ เพื่อพิจารณาราคาของน้ำมัน ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และรวมไปถึง LPG และ LNG เช่นเดียวกับแนวทางการจัดหาแหล่งพลังงานสำรอง และการเพิ่มส่วนผสมของไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลและเอทานอลในน้ำมันเบนซิน
ขณะที่การตรึงราคาน้ำมัน หลังจากนายกฯ ได้มีการประกาศ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า จะตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน ขณะนี้เราผ่านไปแล้ว 9-10 วัน เหลืออีก 5-6 วัน ส่วนน้ำมันเบนซินที่ผ่านมาไม่มีการคำว่าตรึงราคา เพราะทางกระทรวงพลังงาน ได้นำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาดูแลทำให้ตอนนี้ยังไม่มีการขึ้นราคาแต่อย่างใด
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่มีข้อยุติ โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินนั้น ถ้าหากขึ้นราคา อาจทยอยขึ้นราคาแบบขั้นบันใดกลไกของทาง ปตท. ส่วนกรณีที่ในปัจจุบันยังมีประชาชนตื่นตระหนก และต่อคิดรอเติมน้ำมันที่สถานีบริการจำนวนมาก รัฐบาลยืนยันว่า น้ำมันเราไม่ได้ขาด โดยจะมีการหาจากแหล่งใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็มตลอดเวลา
ส่วนภาคอุตสาหกรรมนั้น ก็ให้ติดต่อหากเคยซื้อน้ำมันจากตัวแทนของบริษัทใด ก็ขอให้รวบรวมบิลแล้วก็ไปแจ้งให้กับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัดหรือทางพลังงานจังหวัดต่อไป
ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการไปแล้วเบื้องต้น โดยเฉพาะคำสั่งนายกฯ ล่าสุดยังมีมาตรการการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มไบโอดีเซล จากตัว B100 จาก 5% เป็น 7% มีผลวันที่ 14 มี.ค.นี้ และให้ศึกษาเพิ่มเติมว่าการเพิ่ม B10 และ B20 ส่วนน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ปัจจุบันในตลาดมี E10 E20 E85 ซึ่งรัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการใช้ตัว E20 E85 มากขึ้น โดยถ่างราคา ปัจจุบัน E20 ต่ำกว่า E10 อยู่ประมาณ 2 บาท โดยจะเพิ่มผลต่างให้ถูกลงไปอีกประมาณ 3 บาท
ส่วนน้ำมันเบนซิน ที่ผ่านมาได้เข้าไปช่วยบางส่วน แต่เนื่องจากราคาในตลาดโลกยังสูง ก็อาจมีราคาขยับขึ้นบ้าง แต่รัฐบาลจะประสานงานให้ทยอยขึ้นราคา ขณะที่การตรึงราคาก๊าซหุงต้มยังตรึงต่อไปอีก 2 เดือน จนถึงพ.ค. จากนั้นค่อยมาดูกันอีกครั้ง
ขณะที่มาตรการประหยัดพลังงานนั้น ในการประชุมครม.วันที่ 10 มี.ค.นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมเห็นชอบ เบื้องต้นมีแนวทาง เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นไปอยู่ที่ 26-27 การแต่งกายในแต่ละกระทรวงในแต่ละกรมก็ขอความร่วมมือไม่ต้องผูกไทใส่สูทกัน หรือการรณรงค์ปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมทั้งมาตรการ work from home ซึ่งยังเป็นมาตรการขอความร่วมมือ
“ตอนนี้เราก็ต้องมอนิเตอร์สงครามอย่างใกล้ชิดเป็นรายชั่วโมง โดยมาตรการที่จะออกมาเช่น ประหยัดพลังงานนั้น รอบแรกคงต้องเป็นเรื่องของการขอความร่วมมือ ส่วนมาตรการบังคับอาจจะต้องหารือกันอีกครั้งว่าเมื่อไหร่ เพราะต้องดูปัจจัยต่าง ๆ ทั้งตัวซัพพลาย และราคา” นายอรรถพล กล่าว
เมื่อถามเกี่ยวกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพิลงว่าปัจจุบันเริ่มติดลบเล็กน้อย หลังจากที่เคยเป็นบวกอยู่ประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์โดยมีการหารือเรื่องการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน หรือไม่ นายอรรถพล ระบุว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้โดยมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเลขาฯคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

