thansettakij
thansettakij
'พิพัฒน์' สั่งคุมค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ทั้งระบบ รับมือพลังงานผันผวน วิกฤตตะวันออกกลาง

'พิพัฒน์' สั่งคุมค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ทั้งระบบ รับมือพลังงานผันผวน วิกฤตตะวันออกกลาง

06 มี.ค. 2569 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มี.ค. 2569 | 04:12 น.

'พิพัฒน์' กำชับคมนาคมคุมค่าโดยสารทุกระบบ โดยเฉพาะค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ให้ปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รับมือความผันผวนพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (วันที่ 6 มีนาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก 

กระทรวงคมนาคม ได้หารือหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งกำหนดมาตรการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะไม่ให้มีการปรับขึ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

กระทรวงคมนาคมได้จัดตั้ง ศูนย์ติดตามสถานการณ์ (War Room) เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภท เพื่อไม่ให้มีการขึ้นค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ให้บริการตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ  

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมราง กรมเจ้าท่า และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งดำเนินมาตรการในแต่ละระบบการขนส่งอย่างใกล้ชิด

การขนส่งทางบก ให้ตรวจสอบและกวดขันรถโดยสารประจำทาง รถสาธารณะ และรถรับจ้างทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

การขนส่งทางน้ำ ให้ตรวจสอบผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือขนส่งสินค้าไม่ให้คิดค่าบริการเกินกว่าที่กำหนด พร้อมติดตามค่าระวางสินค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด

การขนส่งทางอากาศ ให้กำกับดูแลสายการบินในการกำหนดค่าโดยสารและค่าขนส่งสินค้าให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการตรึงค่าโดยสารในช่วงสถานการณ์ผันผวน

การขนส่งทางราง ให้ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า  

'พิพัฒน์' สั่งคุมค่าโดยสาร ค่าขนส่ง ทั้งระบบ รับมือพลังงานผันผวน วิกฤตตะวันออกกลาง

นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานรวบรวมข้อมูลการใช้พลังงานในภาคการขนส่ง รายงานสถานการณ์ให้ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังและเตือนภัย ด้านการคมนาคม (ศผส.คค.) ทราบอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการให้บริการสาธารณะ และศึกษามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อระบบขนส่ง

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนเป็นอันดับแรก กระทรวงคมนาคมจะกำกับดูแลไม่ให้เกิดการขึ้นค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะยังคงให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรม