
“พลังงาน”จัดมาตรการครบวงจรรับมือสงครามตะวันออกกลาง คุมราคาน้ำมัน
รมว.พลังงานเผยเตรียมมาตรการครบวงจรรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ตรึงดีเซล 15 วัน ใช้กองทุนน้ำมันพยุงเบนซินบางส่วน ระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เพิ่มผลิตก๊าซอ่าวไทย-เมียนมา คุมค่าไฟไม่ให้พุ่ง
KEY
POINTS
- กระทรวงพลังงานใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาดีเซลเป็นเวลา 15 วัน และดูแลราคาเบนซินไม่ให้ปรับขึ้นรุนแรงเกินไป
- สั่งระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราว เพื่อสำรองปริมาณไว้ใช้ในประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
- เตรียมรับมือผลกระทบต่อราคา LNG และค่าไฟฟ้า โดยเพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งในประเทศ และจัดหาพลังงานทางเลือกอื่นทดแทน
- เตรียมเสนอมาตรการเพิ่มเติม เช่น การลดภาษีสรรพสามิต หากสถานการณ์รุนแรงจนราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงมาตรการรองรับวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยประเมินว่าสถานการณ์อาจยืดเยื้อนานกว่า 4–5 สัปดาห์
รัฐบาลจึงเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน และรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ตรึงดีเซล 15 วันใช้กองทุนพยุงราคา
ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติ ขยายเวลาตรึงราคาน้ำมันดีเซลออกไป 15 วัน จากเดิมประเมินไว้เพียง 7–10 วัน เนื่องจากสถานะกองทุนฯ ยังเป็นบวก และมีเงินสำรองส่วนต่าง (Buffer) สะสมจากช่วงราคาน้ำมันขาลง ทำให้สามารถพยุงราคาได้ ภายใต้กรอบติดลบไม่เกิน 20,000 ล้านบาท
รัฐมนตรีพลังงานระบุว่า หากเกิดสถานการณ์เลวร้ายจนราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล กระทรวงพลังงานพร้อมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การลดภาษีสรรพสามิต หรือการอุดหนุนเฉพาะกลุ่มเป้าหมายทันที
เบนซินใช้กลไกตลาดคุมไม่ให้เกิด Price Shock
สำหรับราคาน้ำมันเบนซิน รัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้าช่วยดูแลเพียงบางส่วน เพื่อป้องกันการปรับขึ้นรุนแรงเกินไป (Price Shock) แต่ยังปล่อยให้เคลื่อนไหวตามกลไกตลาดโลก โดยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์เป็นหลัก
ทั้งนี้ รัฐมนตรีพลังงานได้เรียกหารือบริษัทน้ำมันเอกชนบางรายที่ปรับขึ้นราคาล่วงหน้าจนสร้างความตื่นตระหนก พร้อมติติงให้ทุกฝ่ายร่วมเป็น “เบาะรองรับแรงกระแทก” ให้ผู้บริโภค ซึ่งล่าสุดบริษัทดังกล่าวได้ปรับลดราคากลับสู่ระดับปกติแล้ว
กังวลช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคา LNG พุ่ง
สถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาด LNG โลก โดยไทยนำเข้า LNG เพื่อผลิตไฟฟ้าประมาณ 10% ของการใช้ทั้งหมด
รัฐบาลจึงสั่งเพิ่มกำลังผลิตก๊าซจากแหล่งต้นทุนต่ำในอ่าวไทยและเมียนมาทดแทน พร้อมดึงพลังงานทางเลือกต้นทุนต่ำ เช่น ถ่านหิน และชีวมวล รวมถึงเจรจาซื้อไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่มเติมจาก สปป.ลาว เพื่อเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า และควบคุมต้นทุนค่าไฟไม่ให้กระทบภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมรุนแรง
ระงับส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป
เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลน รัฐบาลมีคำสั่ง ระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ชั่วคราว เพื่อรักษาปริมาณสำรองในประเทศ
ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตประมาณ 170 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ความต้องการใช้จริงอยู่ที่ 130 ล้านลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม ยังอนุญาตให้ส่งออกไปยัง สปป.ลาว ตามสัญญาแลกเปลี่ยนพลังงาน และส่งออกไปยัง เมียนมา เฉพาะส่วนที่ใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซยาดานาและซอติก้า เพื่อผลิตก๊าซส่งกลับมาไทย
ขณะเดียวกัน ได้สั่งระงับการส่งออกไปยัง กัมพูชา โดยเด็ดขาด พร้อมเฝ้าระวังการลักลอบขนส่งข้ามแดนอย่างเข้มงวด
เทียบวิกฤตต้นสงครามรัสเซีย–ยูเครน
นายอรรถพล ประเมินว่า วิกฤตครั้งนี้มีความรุนแรงใกล้เคียงช่วงเริ่มต้นสงครามระหว่าง รัสเซีย และ ยูเครน แต่เชื่อว่าหากการเจรจาคลี่คลาย และการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากปัจจุบันกำลังการผลิตน้ำมันทั่วโลกยังสูงกว่าความต้องการใช้จริงในระบบ
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบรายชั่วโมง พร้อมปรับแผนรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงานและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด






