
ผู้ว่า ธปท. คาดศึกตะวันออกกลาง ฉุดจีดีพี 0.2% พร้อมออกมาตรการรับมือ
ผู้ว่าฯ ธปท. เกาะติดศึกตะวันออกกลาง คาดกระทบจีดีพีไทย 0.1-0.2% ราคาน้ำมันผันผวน พร้อมออกมาตรการดูแลหากสถานการณ์บานปลาย
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เบื้องต้นประเมินว่า อาจมีผลผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประมาณ 0.1-0.2% เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบหากราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน
เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อ ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันมีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อประมาณ 13% ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตามปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำมาก โดยคาดการณ์ทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 0.2-0.3% ทำให้ไทยยังมีความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องนี้ได้ แม้ราคาน้ำมันจะมีความผันผวนบ้าง
สำหรับกรณีที่ราคาน้ำมันมีโอกาสจะพุ่งสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือไม่นั้น ธปท. มองว่าต้องติดตามสถานการณ์จริงว่าจะเป็นการพุ่งสูงขึ้นเพียงชั่วคราวหรือระยะยาว โดยก่อนเกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 70-72 ดอลลาร์ และปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 80 กว่าดอลลาร์ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด
ความแข็งแกร่งของเสถียรภาพการเงินและพลังงาน
ทั้งนี้ ยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพที่เข้มแข็งมากและมีกันชนที่ดี ในการป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุน โดยมีเงินสำรองระหว่างประเทศในระดับสูงเมื่อเทียบกับหนี้ต่างประเทศ
ในด้านความมั่นคงทางพลังงาน แม้จะมีรายงานว่าไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 60 วัน แต่ในทางปฏิบัติยังสามารถจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นและมีพลังงานทดแทนเข้ามาเสริมได้
“ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป คาดว่าความผันผวนในตลาดจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันก่อนจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติเพื่อประเมินสถานการณ์ในระยะต่อไป”
พร้อมมาตรการรับมือ หากสถานการณ์บานปลาย
นายวิทัย กล่าวว่า ถือว่าเรามีความโชคดีที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าไปก่อนแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเล็งเห็นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะกว้างขวางกว่าที่ประเมินไว้บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้
ทั้งนี้ รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมโครงการและมาตรการต่าง ๆ เพื่อเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยจากการติดตามถ้อยแถลงของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พบว่า มีการเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้วเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ธปท. พร้อมที่จะเข้าดูแลและออกมาตรการเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ซึ่งเราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด






