thansettakij
thansettakij
เอกชนผวา ทรัมป์ งัดมาตรการ 122 เก็บภาษี10% ส่งออกไทยเสี่ยงทรุด

เอกชนผวา ทรัมป์ งัดมาตรการ 122 เก็บภาษี10% ส่งออกไทยเสี่ยงทรุด

21 ก.พ. 2569 | 03:01 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.พ. 2569 | 03:36 น.

'อัทธ์ พิศาลวานิช' เผยฐานเศรษฐกิจ ชี้ส่งออกไทย ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการ 122 เก็บภาษีรายสินค้า 10% กระทบยานยนต์-อิเล็กทรอนิกส์ ซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกตึงเครียด

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการ Section 122 เก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนไปใช้ระบบภาษีรายสินค้า (Product-specific Tariffs) ที่มีความรุนแรงกว่าเดิม
  • ไทยมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากยังไม่สามารถเจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ทำให้สินค้ากว่า 1,000 รายการที่เคยได้รับสิทธิภาษี 0% ตกอยู่ในความไม่แน่นอน
  • กลุ่มสินค้าส่งออกที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และเฟอร์นิเจอร์ โดยประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอาจสูงถึง 2-3 แสนล้านบาท

รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากคำวินิจฉัยของศาลในสหรัฐฯเกี่ยวกับประเด็นการจัดเก็บภาษีนำเข้า สถานการณ์การส่งออกไทยไปสู่ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ 

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์เชื่อว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คงรู้อยู่แล้วว่าผลคำวินิฉัยจะออกมาในรูปแบบนี้ ซึ่งมีทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีแนวทางวินิจฉัยที่สอดคล้องกันในการไม่เห็นด้วยกับการผ่อนปรนมาตรการบางประการ ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยยังคงต้องเผชิญกับกำแพงภาษีที่ซับซ้อน

สำหรับสินค้าไทยที่เคยเสียภาษีในอัตราเฉลี่ย 19% แต่ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีได้เปลี่ยนรูปแบบไปสู่ ภาษีรายเฉพาะสินค้า (Product-specific Tariffs) ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงและรุนแรงกว่าเดิม ตามเครื่องมือทางกฎหมายที่ทรัมป์มีอยู่ เช่น กฎหมาย Trade Act, กฎหมาย Trade Expansion Act, กฎหมาย Tariff Act ซึ่งก็สามารถเก็บได้ถึง 3 เดือน ถึง 5 เดือน เช่น ตอนนี้เขาขู่จะใช้ Section 122 โดยเตรียมลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อบังคับใช้ ภาษีศุลกากรทั่วโลก ใหม่ในอัตรา 10%

"ส่งออกไทยก็ยังต้องเจอภาษีในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากมีโอกาสที่จะเจอภาษีสวมสิทธิ์ เพราะไทยยังเจรจาข้อดีลทางการค้ากับสหรัฐฯไม่จบ ทำให้มันมีประเด็นที่ยังสงสัยในสินค้าส่งออกในประเทศไทย เมื่อเทียบกับดีลการค้าประเทศอื่น ๆ ที่ปิดดีลกับสหรัฐฯไปแล้ว ฉะนั้นก็ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องไปเจรจากับสหรัฐฯอีกว่าจะจบแบบไหน มีความไม่แน่นอนสูงในการจบภาษีกับโดนัลด์ ทรัมป์" รศ.ดร.อัทธ์ ระบุ

ทั้งนี้ สถานะดังกล่าวส่งผลให้ไทยมีความเสี่ยงสูงในการเจรจาต่อรองภาษี เนื่องจากสหรัฐฯ มองว่าไทยเป็นประเทศที่เจรจาได้ยากและมีท่าทีเอนเอียงไปทางประเทศจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าหลักของสหรัฐฯ ความคลุมเครือนี้ส่งผลให้สินค้าไทยในกลุ่มที่เคยได้รับสิทธิภาษี 0% จำนวนกว่า 1,000 รายการ ตกอยู่ในความไม่แน่นอนว่ายังจะได้รับสิทธิต่อไปหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจา

รศ.ดร.อัทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินเบื้องต้น สินค้ากลุ่มหลักที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ และกำลังถูกจัดเก็บภาษีหรือมีความเสี่ยงที่จะถูกเพิ่มภาษี ประกอบด้วย กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เซมิคอนดักเตอร์ เฟอร์นิเจอร์, เครื่องครัว และยารักษาโรค ทองแดง และชิ้นส่วนโลหะ

โดยมูลค่าความเสียหายจากการจัดเก็บภาษีรายเฉพาะสินค้าในล็อตแรก คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเมื่อมีการบังคับใช้ภาษีเพิ่มเติมเพื่อหาเงินเข้าคลังสหรัฐฯ ประมาณ 120,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อชดเชยภาระงบประมาณและภาระหนี้สินจากการถูกฟ้องร้องในประเด็นภาษีช่วงก่อนหน้า

นอกเหนือจากปัจจัยด้านภาษี ภาคการส่งออกไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่าง อิหร่านและสหรัฐฯ ในสมรภูมิตะวันออกกลาง ความตึงเครียดนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง ราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่นในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ส่งผลลบโดยตรงต่อปริมาณความต้องการสินค้าในตลาดสหรัฐฯ