
'สิริพงศ์' ยัน รัฐบาลไม่ขึ้นภาษี VAT 10% ภายใน 2-3 ปีนี้ ตามข้อเสนอ กมธ.สว.
"สิริพงศ์ อังคสกุลเกยรติ" รองหัวหน้าภูมิใจไทย สยบข่าวลือขึ้นภาษี ยันรัฐบาล "อนุทิน" เน้นฟื้นเศรษฐกิจพ้นหล่มก่อนเพิ่มภาระประชาชน พร้อมแจงที่มาข้อเสนอ สว. เรื่อง VAT 10% หวังแก้วิกฤต "แก่ก่อนรวย" และหนี้สาธารณะจ่อเพดาน ย้ำชัด 2-3 ปีนี้ยังไม่มีแน่นอน!
KEY
POINTS
- รัฐบาลยืนยันไม่มีแผนปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% ภายในช่วง 2-3 ปีนี้
- รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก และจะไม่เพิ่มภาระภาษีให้ประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังซบเซา
- การพิจารณาเรื่องภาษีจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างแท้จริงและประชาชนรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP ที่ดีขึ้น
- แนวคิดการขึ้น VAT มาจากข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับนโยบายการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยยืนยันอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลปัจจุบันไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้น VAT จาก 7% เป็น 10% ภายในช่วง 2-3 ปีนี้อย่างแน่นอน
โดยระบุว่าเป้าหมายสูงสุดของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจ คือการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้พ้นจากสภาวะซบเซา ไม่ใช่การมุ่งหารายได้เข้าสู่รัฐด้วยการเพิ่มภาระภาษีในช่วงที่ประชาชนยังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจหลายด้าน
เงื่อนไขสำคัญก่อนทบทวนภาษี
นายสิริพงศ์ ระบุว่าแม้จะมีการพูดคุยถึงแนวคิดการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานประเมินอันดับเครดิตสากล แต่เรื่องนี้เป็นเพียงแนวคิดในอนาคต รัฐบาลจะพิจารณาทบทวนก็ต่อเมื่อ "ประชาชนรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีแล้ว" ซึ่งต้องไม่ใช่แค่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ต้องมีเม็ดเงินกระจายไปถึงประชาชนทุกส่วนอย่างทั่วถึงก่อน
อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ย้ำทิ้งท้ายว่าขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล และยืนยันว่าในระยะสั้นนี้จะยังไม่มีการดำเนินมาตรการภาษีใดๆ ที่เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน จนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะมีความพร้อมอย่างแท้จริง
เปิดเบื้องลึกที่มา: ข้อเสนอ "ปฏิรูปภาษี" จากวุฒิสภา
สำหรับที่มาของกระแสข่าวดังกล่าว เกิดจากข้อเสนอของ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ที่ได้จัดเวทีสัมมนาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเสนอให้มีการยกเครื่องโครงสร้างภาษีไทย
โดยกรรมาธิการฯ มองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับ "กลุ่มอาการต้มกบ" (Boiling Frog Syndrome) หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จากวิกฤตโครงสร้างประชากรที่เด็กเกิดใหม่ลดลง และการก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" (Super Aged Society) ซึ่งเสี่ยงต่อสภาวะ "แก่ก่อนรวย"
รายละเอียดข้อเสนอของ สว. มีประเด็นสำคัญดังนี้:
- การปรับขึ้น VAT แบบขั้นบันได: เสนอให้ปรับขึ้นจาก 7% เป็น 10% ภายใน 3 ปี โดยทยอยขึ้นปีละ 1% ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้รัฐปีละ 200,000-300,000 ล้านบาท
- ระบบออมเพื่อผู้สูงอายุ: รายได้ส่วนเพิ่ม 3% จะถูกจัดสรรเข้าบัญชีเงินออมเฉพาะบุคคล เพื่อนำไปเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 3,000 บาทต่อเดือน
- วิกฤตหนี้สาธารณะ: กรรมาธิการฯ เตือนว่าหนี้สาธารณะของไทยมีแนวโน้มพุ่งแตะ 69.78% ของ GDP ในปี 2571 ซึ่งใกล้เพดาน 70% และงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี
มาตรการเสริมอื่นๆ ที่ สว. นำเสนอ นอกจากการขึ้น VAT แล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอมาตรการอื่นๆ เพื่อปิดช่องว่างรายได้ เช่น:
- ล็อตเตอรี่ใบเสร็จ (Thai Receipt Lottery): เพื่อจูงใจให้ประชาชนขอใบกำกับภาษีและดึงร้านค้าเข้าระบบ
- การจัดเก็บภาษีขายหุ้น: ในอัตรา 0.11% หลังจากที่ยกเว้นมานานกว่า 40 ปี
- ภาษีทองคำและภาษีเดินทาง: ศึกษาการเก็บภาษีจากการซื้อขายทองคำ และฟื้นการเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศสำหรับคนไทย 1,000 บาท/คน (ทางอากาศ)

