thansettakij
'ศุภจี' ปรับเกมการค้า ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ รับโลกผันผวน

'ศุภจี' ปรับเกมการค้า ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ รับโลกผันผวน

16 ก.พ. 2569 | 08:51 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 09:07 น.

'ศุภจี' ชู Ally to All ปรับเกมการค้าไทย พร้อมเป็นพันธมิตรกับทุกประเทศ กระจายตลาด ดันส่งออกมูลค่าสูง-ดิจิทัล เสริมแกร่ง SMEs รับมือกีดกันการค้า ความเสี่ยงการเงิน และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

KEY

POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์ถอดบทเรียนจากรายงานของ UNCTAD เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การค้าใหม่ของไทย รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
  • ยุทธศาสตร์ใหม่มุ่งเน้นหลักการ "ความยืดหยุ่น ความสมดุล และความยั่งยืน" โดยจะกระจายตลาดส่งออกเพื่อลดความเสี่ยง และยกระดับสินค้าสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและนวัตกรรม
  • เร่งรัดการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและปรับตัวเข้ากับมาตรฐานการค้าโลกใหม่ได้

16 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาวิชาการนานาชาติหัวข้อ "Navigating Global Trade Shifs : Insights from the UNCTAD Trade and Development Report and Strategic Implications Thailand" ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน

ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจโลกจากรายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) และกำหนดยุทธศาสาตร์การค้าของไทยให้สอดรับกับบริบทโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนจากหลายมิติ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก และความผันผวนทางการเงิน ประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์การค้าเชิงรุกที่มีความยืดหยุ่นและรอบด้าน 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดส่งออกเพื่อลด การพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป พร้อมทั้งเร่งขยายความร่วมมือทางการค้ากับประเทศคู่ค้าศักยภาพใน ภูมิภาคใหม่ ควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับตลาดหลักเดิมอย่างสมดุล

นอกจากนี้ยังมุ่งยกระดับโครงสร้างการส่งออกของไทยจากการผลิตที่เน้นปริมาณไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง นวัตกรรม และมาตรฐานสากลมากขึ้น เพื่อให้สามารถเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระบบการค้าโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพ ความยั่งยืน และมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ในเชิงนโยบายการใช้ประโยชน์ จากความตกลงการค้าเสรีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงการพัฒนากลไกอำนวยความสะดวกทางการค้า และโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการไทย

 

'ศุภจี' ปรับเกมการค้า ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ รับโลกผันผวน

 

นางศุภจี กล่าวย้ำว่า  ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ โลกแบ่งอย่างสุดขั้ว ไทยจะยึดมั่นในหลักการ “Ally to All” พร้อมเป็นพันธมิตรทางการค้ากับทุกประเทศบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน โดยได้ถอดบทเรียนจาก TDR 2025 ปูทาง 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ 1.การกระจายตลาด 2.ปรับปรุง FTA 3.เสริมสร้างความสามารถด้านการเงิน  

จุดยืนของไทยคือการเป็น Heart of Asia หรือศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของเอเชีย ซึ่งการค้าแบบใหม่จะยึดแนวคิด  "ไม่ใช่แค่ Sell To (ขายให้) แต่ต้อง Sell With (ขายร่วมกับ) และ Sell Through (ขายผ่านพันธมิตร)" เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกันในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก 

ทั้งนี้ เมื่อโลกไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกติกาเดิม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การค้าของไทยให้สอดรับกับบริบทโลก การทูตเศรษฐกิจยุคใหม่  ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องบูรณาการนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจเข้าด้วยกันผ่าน "การทูตเศรษฐกิจ" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขยายความร่วมมือกับภูมิภาคต่าง ๆ ผ่าน “Team Thailand” และใช้โอกาสผ่านบทบาทอาเซียน regionalization 

นอกจากนี้ รายงาน Trade and Development Report ได้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจโลก ทั้งการชะลอตัวของการเติบโต ความไม่สมดุลของระบบการค้าและการเงินโลก รวมถึงการเพิ่มขึ้นของมาตรการกีดกันทาง การค้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลโดยตรงต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย จึงได้นำข้อค้นพบเชิงนโยบายจากรายงานมาวิเคราะห์ควบคู่กับบริบทเศรษฐกิจไทย เพื่อกำหนดทิศทางการค้าให้ สอดคล้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ มีการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากรายงานมุ่งเน้นการเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการปรับตัวของภาคการผลิต การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และการส่งเสริมการค้าบริการ 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการติดตามแนวโน้มด้านการเงินโลกและ ผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนา เพื่อเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนของต้นทุนทางการเงินและความ เสี่ยงจากหนี้สาธารณะในระบบเศรษฐกิจโลก 

โดยการนำข้อมูลเชิงลึกจากเวทีนานาชาติมาใช้ ยังช่วยให้การกำหนดนโยบายการค้าของไทยมีความแม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ และสามารถเชื่อมโยงกับกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผล ต่อการวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในระยะยาวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

'ศุภจี' ปรับเกมการค้า ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ รับโลกผันผวน

 

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยน ผ่านที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งการชะลอตัวของการเติบโตโลก ความผันผวนของระบบการเงิน และแนวโน้ม มาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น ที่ผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาในด้านต้นทุนทางการค้า การเข้าถึงเงินทุน และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน จึงให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อม เชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการสร้างความยืดหยุ่นให้กับเศรษฐกิจการดักไทยเป็นหลักและกระทบต่อประเทศ

ขณะที่ระยะกลาง ไทยจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงทางการค้า ผ่านการขยายตลาดส่งออกใหม่และการพัฒนา ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับความผันผวนของอุปสงค์โลก ควบคู่กับการ ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวต่อมาตรฐานการค้าใหม่ ๆ เช่น มาตรการด้าน สิ่งแวดล้อม ดิจิทัล และความยั่งยืน ซึ่งกำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการค้าระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ระยะยาว กระทรวงพาณิชย์มองว่าการเสริมสร้างเสถียรภาพด้านการเงินที่เชื่อมโยงกับภาคการค้าเป็น ประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรายงานของ UN Trade and Development (UNCTAD) ได้สะท้อนว่า ความผันผวนของนโยบายการเงินโลกและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น อาจทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญข้อจำกัด 

ด้านการลงทุนและการขยายการค้า ดังนั้น ไทยต้องบูรณาการนโยบายการค้าเข้ากับนโยบายเศรษฐกิจมหภาค การเงิน และการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส และคาดการณ์ได้ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการลดความไม่สมดุลของระบบการค้าโลก พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือระหว่าง ประเทศในประเด็นการค้า การเงิน และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง และรักษาบทบาทในฐานะประเทศคู่ค้าที่เปิดกว้าง มีความรับผิดชอบ และมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่มีการแข่งขันสูงและมีมาตรการทางการค้าที่ซับซ้อนมากขึ้น จึงได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการในหลายมิติ ทั้งด้านการขยายตลาด การยกระดับมาตรฐานสินค้า และการปรับตัวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ ในเชิงปฏิบัติ กระทรวงพาณิชย์ได้ส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านกฎระเบียบทางการค้า มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานสากลที่เป็นเงื่อนไขสำคัญในตลาดโลกยุคใหม่ ควบคู่กับการเจรจาและติดตามสถานการณ์ มาตรการกีดกันทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ส่งออกไทย

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทาง การค้าให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจไทยในระยะยาว ทั้งด้านโลจิสติกส์ การเงิน และนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้ ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างมั่นคงในตลาดโลกที่มีความท้าทายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

'ศุภจี' ปรับเกมการค้า ดันไทยเป็นพันธมิตรทุกประเทศ รับโลกผันผวน