

KEY
POINTS
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ UNCTAD และสมาคมนักเรียนเก่าฮาร์วาร์ดแห่งประเทศไทย จัดเวทีสัมมนาวิชาการนานาชาติ เพื่อถอดบทเรียนจากรายงาน Trade and Development Report 2025 (TDR 2025) พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าของไทย ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
เวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน จากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ สะท้อนความตื่นตัวต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และผลกระทบที่ประเทศไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในระยะข้างหน้า
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและการค้าโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่มีลักษณะซับซ้อน แตกกระจาย และมีความไม่แน่นอนสูงกว่าที่ผ่านมา ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
จากรายงาน Trade and Development Report 2025 ของ UNCTAD ชี้ชัดว่า การค้า การเงิน และการพัฒนา ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อีกต่อไป โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการเติบโต และการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน แนวโน้มการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น นโยบายที่มุ่งประโยชน์ภายในประเทศเป็นหลัก รวมถึงการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อกระจายความเสี่ยงและฐานการผลิต สะท้อนว่าโลกไม่ได้ถอยหลังจากโลกาภิวัตน์ แต่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วง Re-globalization หรือ การจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ ให้สอดคล้องกับดุลอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในเวลาเดียวกัน
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องบูรณาการนโยบายเศรษฐกิจ การค้า และการต่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ปรับตัวและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะผลักดัน “การทูตเศรษฐกิจ” ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น เสริมขีดความสามารถการแข่งขัน และขยายความร่วมมือกับประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ในเชิงปฏิบัติกระทรวงการต่างประเทศจะทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อเชื่อมโยงนโยบายต่างประเทศเข้ากับนโยบายการค้าและการลงทุน โดยกระทรวงพาณิชย์จะรับบทบาทหลักในการเจรจาการค้า ขยายตลาดส่งออก สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SME ให้เข้าถึงตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจะใช้เครือข่ายสถานทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นกลไกสนับสนุนด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเอื้อให้การค้าและการลงทุนของไทยดำเนินไปอย่างราบรื่น
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ท่ามกลางยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในระบบการค้าแบบพหุภาคี และการทำงานร่วมกับประชาคมโลก เพื่อรักษาบทบาทของการค้าและการพัฒนา ในฐานะกลไกหลักในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ยั่งยืน และครอบคลุม
สำหรับเป้าหมายสำคัญ คือการยกระดับขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว ลดความเปราะบางจากปัจจัยภายนอก และทำให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของระเบียบเศรษฐกิจโลกที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง