thansettakij
เงินลงทุนต่างชาติทะลัก! ปี 68 ไหลเข้าไทย 3.24 แสนล้าน สูงสุดรอบ 5 ปี

เงินลงทุนต่างชาติทะลัก! ปี 68 ไหลเข้าไทย 3.24 แสนล้าน สูงสุดรอบ 5 ปี

11 ก.พ. 2569 | 04:47 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 2569 | 05:36 น.

พาณิชย์ เผยปี 68 นักลงทุนต่างชาติ 1,078 ราย เทเงินลงทุนไทยพุ่ง สิงคโปร์–ญี่ปุ่นนำโด่ง 10 ธุรกิจดาวเด่นหนุนถ่ายทอดเทคโนโลยี จับตาปี 69 ดิจิทัล–EV–สุขภาพมาแรง

KEY

POINTS

  • ปี 2568 เงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวม 3.24 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี
  • สิงคโปร์เป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งด้วยเม็ดเงิน 1.03 แสนล้านบาท ตามมาด้วยญี่ปุ่น (8.56 หมื่นล้านบาท) และจีน (3.50 หมื่นล้านบาท)
  • ธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต, ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ และธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปี 2568 นับเป็นปีทองของไทยที่นักลงทุนชาวต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศสูงสุดในรอบ 5 ปี (2564-2568) จำนวนกว่า 3.24 แสนล้านบาท โดยสิงคโปร์นำเงินเข้ามาลงทุนสูงสุด 1.03 แสนล้านบาท ตามด้วย 

  • ญี่ปุ่น 8.56 หมื่นล้านบาท 
  • จีน 3.50 หมื่นล้านบาท 
  • ไต้หวัน 1.70 หมื่นล้านบาท 
  • มอริเชียส 1.65 หมื่นล้านบาท นักลงทุนรวม 1,078 ราย และจ้างงานคนไทย 6,647 คน

สำหรับธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสนใจนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงสุด 10 อันดับแรก ภายใต้ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 2.82 แสนล้านบาท คิดเป็น 87.0% ของการลงทุนทั้งหมด (ลงทุนรวมทั้งปี 2568 จำนวน 3.24 แสนล้านบาท) 

โดยเป็นการลงทุนจากนักลงทุนประเทศต่างๆ รวม 797 ราย คิดเป็น 74.0% ของนักลงทุนทั้งหมด (นักลงทุนชาวต่างชาติ รวมทั้งปี 2568 จำนวน 1,078 ราย) โดยประเภทธุรกิจที่นักลงทุนชาวต่างชาติสนใจที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิต มูลค่าลงทุนรวม 1.19 แสนล้านบาท คิดเป็น 36.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 354 ราย คิดเป็น 32.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจการผลิตที่ลงทุน เช่น เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานพาหนะ ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป ชิ้นส่วนพลาสติก ชิ้นส่วนเครื่องจักร ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ อุปกรณ์สำหรับเครื่องจักร เป็นต้น 

2. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ มูลค่าลงทุนรวม 6.59 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 20.3% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 64 ราย คิดเป็น 5.9% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์ พัฒนาแพลตฟอร์ม และ Data Center เป็นต้น

3. ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่ / สินค้า มูลค่าลงทุนรวม 3.45 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10.6% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 82 ราย คิดเป็น 7.6% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงาน พร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก / ให้เช่าสินค้า เช่น แผ่นเหล็กปูพื้น สำหรับใช้เป็นถนนชั่วคราวในพื้นที่ก่อสร้าง และรถยกฟอร์กลิฟต์ เป็นต้น

4. ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม มูลค่าลงทุนรวม 2.73 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 8.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 36 ราย คิดเป็น 3.3% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางวิศวกรรมในลักษณะ เช่น การออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ การให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการปรับปรุงกระบวนการผลิต การออกแบบและให้คำปรึกษาทางเทคนิคเกี่ยวกับการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น

5. ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ / บริหารจัดการ มูลค่าลงทุนรวม 9.47 พันล้านบาท คิดเป็น 2.9% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 69 ราย คิดเป็น 6.4% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแนะนำ เช่น ปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และที่พักระหว่างการศึกษาต่อ ปรึกษาแนะนำการประกอบธุรกิจด้านต่างๆ เป็นต้น

6. ธุรกิจการค้าส่ง มูลค่าลงทุนรวม 8.96 พันล้านบาท คิดเป็น 2.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 92 ราย คิดเป็น 8.5% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจการค้าส่งที่ลงทุน เช่น อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นต้น

7. ธุรกิจบริการทางการเงิน มูลค่าลงทุนรวม 7.62 พันล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 39 ราย คิดเป็น 3.6% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ให้กู้ยืมเงิน รับค้ำประกันหนี้ เป็นต้น

8. ธุรกิจบริการทางบัญชี มูลค่าลงทุนรวม 4.95 พันล้านบาท คิดเป็น 1.5% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 19 ราย คิดเป็น 1.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการทางบัญชีส่วนใหญ่เป็นการให้บริการแก่บริษัทในเครือและบริษัทในกลุ่ม

9. ธุรกิจกิจการโรงแรม มูลค่าลงทุนรวม 2.56 พันล้านบาท คิดเป็น 0.8% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 8 ราย คิดเป็น 0.8% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจกิจการโรงแรมซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

10. ธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน มูลค่าลงทุนรวม 1.85 พันล้านบาท คิดเป็น 0.7% ของการลงทุนทั้งหมด และมีจำนวนนักลงทุนรวม 34 ราย คิดเป็น 3.3% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด ประเภทธุรกิจบริการที่เป็นคู่สัญญากับเอกชน เช่น บริการขุดเจาะปิโตรเลียม บริการก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานลม เป็นต้น

ทว่า การเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างชาติในไทยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้างต้น มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า ปี 2569 ชาวต่างชาติจะยังคงนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบเศรษฐกิจที่ดี รองรับการเข้ามาประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้แก่นักลงทุนชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี 

โดยเฉพาะ 10 ธุรกิจดาวเด่นข้างต้นที่ชาวต่างชาติยังคงให้ความสนใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องในปี 2569 ทั้งนี้ อาจมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพ และความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การประกอบธุรกิจของโลกอนาคตเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ธุรกิจดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า และส่วนประกอบ สุขภาพและการแพทย์ อุตสาหกรรมอาหารและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น