thansettakij
รัฐบาลประกาศ 'วาระแห่งชาติ' กวาดล้างคอร์รัปชัน หลังไทยสอบตกคะแนน CPI ร่วง

รัฐบาลประกาศ 'วาระแห่งชาติ' กวาดล้างคอร์รัปชัน หลังไทยสอบตกคะแนน CPI ร่วง

12 ก.พ. 2569 | 05:18 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ก.พ. 2569 | 07:39 น.

นายกฯ อนุทิน ตั้งโต๊ะแถลงยอมรับไม่สบายใจ หลังไทยสอบตกดัชนีคอร์รัปชัน CPI ต่ำสุดรอบ 19 ปี สั่งทุกหน่วยงานเร่งสังคายนา คู่ปฏิรูประเบียบ-กฎหมาย พร้อมยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2568 เพียง 33 คะแนน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ปี และอยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก
  • นายกรัฐมนตรีแสดงความไม่พอใจต่อผลคะแนนที่ตกต่ำ และประกาศยกระดับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันให้เป็น "วาระแห่งชาติ"
  • รัฐบาลมีแผนเร่งด่วนในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับคอร์รัปชันและสร้างความเชื่อมั่น

12 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI) หรือ ดัชนีคอร์รัปชัน ภายหลังองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศดัชนี CPI ประจำปี 2568 ผลปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนนเต็ม อยู่ที่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี และเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดอันดับ

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลไม่สบายใจหลังได้รับทราบการรายงานผลดัชนี CPI ล่าสุด ซึ่งประเทศไทยได้ 33 คะแนน ลงมาอยู่ลำดับที่ 116 ซึ่งลดลงจากปีที่ผ่านมา 1 คะแนน ถือว่าเป็นคะแนนที่ค่อนข้างต่ำ และอาจมีผลของการตีความความว่าเป็นเราอาจจะเป็นประเทศที่มีการทุจริตที่สูงและมีความโปร่งใสที่ต่ำ ซึ่งในประเด็นนี้รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เชิญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มาสอบถามรายละเอียดทั้งหมดแล้ว และพร้อมยกระดับเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ

“รัฐบาลมีความไม่สบายใจเกี่ยวกับค่าคะแนนของ CPI ที่ต้องถือว่าเป็นเครื่องมือสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศนั้น ๆ 33 คะแนนนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือสอบตก เพราะงั้นเราจะต้องเร่งดำเนินการในทุกวิถีทางโดยใช้มูลเหตุนี้เป็นตัวที่จะต้องผลักดันให้มีการปฏิรูปวิธีการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับรับทราบการรายงานแล้ว รัฐบาลเห็นว่ายังมีวิธีการปรับปรุงแก้ไข จึงได้มีข้อสั่งการในฐานะรัฐบาลเดิมให้บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. เร่งเตรียมการปรับปรุงวิธีการ ปรับปรุงกฎหมาย ขั้นตอน กฎระเบียบ ทั้งในรูปกฎหมาย ระเบียบ กฎกระทรวง พระราชกำหนด หรือตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ เพื่อทำการปราบปรามต่อสู้กับเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศนี้ให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI) หรือ ดัชนีคอร์รัปชัน

 

“เรื่องทุจริตคอร์รัปชันมันไม่ใช่เฉพาะเรื่องเอาเงินไปให้เพื่อซื้อความสะดวกอย่างเดียว แต่มันไปถึงในเรื่องของเราต้องปฏิรูปในเรื่องของระบบการอนุมัติอนุญาต เป็นสาระสำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการต่าง ๆ และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย โดยเราจะต้องเร่งทำให้ พ.ร.บ. หรือกฎหมายอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจจะต้องถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง และต้องมอบหมายหน่วยงานให้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ”

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลยยังมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เช่น ป.ป.ท. ป.ป.ง. สำนักงาน ก.พ.ร. หรือแม้กระทั่งสำนักงานบีโอไอ หารือร่วมกันและหาวิธีในการที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้มีความโปร่งใสให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งมอบหมายหน่วยงานที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ช่อราษฎร์บังหลวงอย่างเด็ดขาด รวมทั้งสังคายนาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐโดยด่วน

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI) หรือ ดัชนีคอร์รัปชัน

 

“หากกฎหมายที่เรามีอยู่ยังไม่พอ เราก็พร้อมที่จะแก้กฎหมาย โดยตั้งความหวังไว้ว่ารัฐบาลชุดต่อไปหลังจากนี้ก็น่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ประกอบกับการออกกฎหมายต่าง ๆ ก็ต้องให้การรับรองจากวุฒิสภาด้วย รัฐบาลก็มีความมั่นใจว่าถ้าเราได้ตรากฎหมายหรือว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย แก้ไขระเบียบอะไรต่าง ๆ ที่ต้องใช้การรับรองจากทางรัฐสภา ก็เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทั้ง 2 สภา ก็น่าจะให้การสนับสนุน โดยเฉพาะเรื่องการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน”

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้เพียงแต่นิ่งดูดายกับเรื่องนี้เท่านั้น ล่าสุดประเทศไทยก็เร่งดำเนินการในการเข้าไปเป็นสมาชิกของ OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานในเรื่องของความโปร่งใสในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถืออีกอย่างหนึ่งให้กับประเทศไทย 

“เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ต้องทำให้เป็นรูปธรรมให้เห็นว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลในในชุดต่อไป ปัญหาการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันจะต้องถูกบรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และต่อจากนี้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกส่วนราชการก็จะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ หากฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษทางปกครอง หรือวินัย อย่างเด็ดขาด ซึ่งรัฐบาลที่มีความตั้งใจที่จะเป็นศัตรูกับการทุจริตคอร์รัปชัน และเราจะยกระดับเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ”

 

รัฐบาลแถลงเรื่องผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (CPI) หรือ ดัชนีคอร์รัปชัน

 

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุผลที่การทุจริตยังคงฝังรากลึกเป็นเพราะประเทศไทยมีกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่มากเกินไป ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ไปสร้างภาระให้กับประชาชนและนักธุรกิจโดยไม่จำเป็นยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนจากกรณีการเปิดร้านขายเทอริยากิหนึ่งไม้ต้องขอใบอนุญาติกว่า 10 หน่วนงาน ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ไทยพยายามจะเป็นครัวของโลก

แต่กลับต้องเผชิญกับระเบียบที่ว่าการนำเข้าไก่ต้องผ่านกรมปศุสัตว์ น้ำจิ้มต้องผ่าน อย. และแม้แต่ไม้ไผ่ที่ใช้เสียบก็ต้องผ่านกรมป่าไม้ ความซ้ำซ้อนเหล่านี้ทำให้แนวคิดเรื่อง Fast Pass หรือการอำนวยความสะดวกไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐยังคงยึดติดกับขั้นตอนเดิมๆ และไม่ยอมลดละอำนาจในการอนุมัติอนุญาต

ทั้งนี้ตามผลการศึกษาของธนาคารโลก ระบุว่าการออกกฎหมายหนึ่งฉบับเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือบังคับให้คนต้องไปพบเจ้าหน้าที่ จะสร้างโอกาสในการทุจริตได้ถึงสามเท่า แต่ในทางกลับกัน หากสามารถลดกฎหมายที่บังคับให้ประชาชนต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ลงได้เพียงร้อยละหนึ่ง ก็จะช่วยลดการทุจริตลงได้ถึงร้อยละสาม

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงประกาศเดินหน้ามาตรการกิโยตินกฎหมายอย่างเต็มตัว เพื่อทำลายเครื่องมือที่ใช้ในการเรียกรับสินบน โดยการยกเลิกกฎหมายและระเบียบที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เพื่อให้ประชาชนและนักธุรกิจไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่จำเป็น

ส่วนมาตรการระยะยาว รัฐบาลได้วางยุทธศาสตร์การปฏิรูปที่เน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในรูปแบบ E-Government เพื่อตัดวงจรความสัมพันธ์ส่วนบุคคลระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับบริการให้เรียกรับสินบนไม่เป็น"ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การอนุมัติอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับตัวอย่างของกรมศุลกากรที่เคยมีปัญหาการแจกซองทุกโต๊ะ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์ ปัญหาดังกล่าวก็ลดลงอย่างชัดเจน

 

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

 

นายบวรศักดิ์ กล่าว่วา อีกเรื่องที่สำคัญ คือรัฐบาลนำเสนอคือการยกระดับความโปร่งใสสู่มาตรฐานสากล โดยที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ลงนามแสดงเจตจำนงในการเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD และได้สมัครเข้าเป็นภาคีของ Open Government Partnership (OGP) เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา 

สำหรับการเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรระดับโลกเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการเซ็นชื่อในกระดาษ แต่หมายถึงการยินยอมให้มีหน่วยงานตรวจสอบสากลเข้ามาตรวจหลักฐานและขั้นตอนการทำงานในกระทรวงต่างๆ ของไทยอย่างละเอียด ซึ่งหากไม่มีการปฏิบัติจริงหรือไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ ไทยจะไม่สามารถผ่านเกณฑ์การตรวจสอบได้ การเดินหน้าเข้าสู่ OECD จึงเป็นการประกาศว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะถูกตรวจสอบโดยนานาชาติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง