thansettakij
คะแนนปราบคอร์รัปชันไทยดิ่งเหว อันดับ 116 ของโลก ต่ำสุดรอบ 19 ปี แพ้ลาว-เวียดนาม

คะแนนปราบคอร์รัปชันไทยดิ่งเหว อันดับ 116 ของโลก ต่ำสุดรอบ 19 ปี แพ้ลาว-เวียดนาม

11 ก.พ. 2569 | 03:16 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 2569 | 03:32 น.

เปิดผล CPI 2025 สุดช็อก! ไทยเน่าเฟะทำคะแนนต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ร่วงอันดับ 116 โลก ตอกย้ำความล้มเหลวรัฐบาลที่ไร้นโยบายปราบโกง จนแม้แต่เพื่อนบ้านยังแซงหน้า สะเทือนใจคนรักชาติถึงขีดสุด

KEY

POINTS

  • ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ประจำปี 2568 ของไทยได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนนเต็ม ส่งผลให้อันดับโลกร่วงไปอยู่ที่ 116 จาก 182 ประเทศ
  • คะแนนและอันดับดังกล่าวถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี และต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการจัดอันดับมา
  • เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยอยู่ในอันดับที่ 8 โดยมีคะแนนต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและเวียดนาม
  • สาเหตุหลักของคะแนนที่ตกต่ำมาจากความล้มเหลวของนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามคอร์รัปชัน และปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบราชการและกระบวนการยุติธรรม

เปิดผล CPI 2025 สุดช็อก! ไทยเน่าเฟะทำคะแนนต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ร่วงอันดับ 116 โลก ตอกย้ำความล้มเหลวรัฐบาลที่ไร้นโยบายปราบโกง จนแม้แต่เพื่อนบ้านยังแซงหน้า สะเทือนใจคนรักชาติถึงขีดสุด

สถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับภาวะ "ถอยหลังลงคลอง" อย่างรุนแรง เมื่อองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ได้ประกาศดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2568 (ประกาศเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569) ผลปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนนเต็ม

เจาะสถิติดิ่งเหว: ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกขณะนี้รั้งอยู่ที่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก โดยคะแนน 33 คะแนนในปีนี้ ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี และเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดอันดับโดย TI เป็นต้นมา

ข้อมูลระบุชัดเจนว่าคะแนนของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 โดยในปี 2567 เคยได้ 34 คะแนน และในปี 2565 เคยสูงถึง 36 คะแนน การลดลงครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความไม่โปร่งใสที่ฝังรากลึก

ความอับอายในอาเซียน: ตามหลังลาวและเวียดนาม 

เมื่อเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียน 11 ประเทศ ไทยร่วงไปอยู่อันดับที่ 8 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากคะแนนของไทยต่ำกว่าเพื่อนบ้านหลายประเทศ ดังนี้

  • สิงคโปร์ : 84 คะแนน (อันดับ 1 อาเซียน / อันดับ 3 ของโลก),
  • บรูไน : 63 คะแนน
  • มาเลเซีย : 52 คะแนน
  • เวียดนาม : 41 คะแนน (มีแนวโน้มคะแนนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการปฏิรูปสถาบันกำกับดูแล)
  • ลาว และ อินโดนีเซีย : 34 คะแนน (ยังสูงกว่าไทย 1 คะแนน)
  • ไทย : 33 คะแนน (ตามหลังลาวและเวียดนามอย่างชัดเจน) 

โดยไทยมีคะแนนเหนือกว่าเพียง ฟิลิปปินส์ (32), กัมพูชา (20) และเมียนมา (16) เท่านั้น

วิเคราะห์สาเหตุความล้มเหลว : ปัญหาเชิงโครงสร้างและรัฐบาลเมินเฉย

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ระบุว่าสถานการณ์นี้เข้าขั้น "เลวร้ายมาก" โดยวิเคราะห์สาเหตุหลักที่ฉุดคะแนนไทยไว้ดังนี้:

  • นโยบายรัฐบาลล้มเหลว : ในช่วงกว่า 2 ปีของ 3 รัฐบาลที่ผ่านมา แทบไม่มีนโยบายหรือมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันที่เป็นรูปธรรม ทำให้คนโกงทั้งในภาครัฐและเอกชนขาดความยำเกรง,
  • วิกฤติระบบราชการและยุติธรรม : ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ขาดธรรมาภิบาล ไม่เปิดเผยข้อมูล และความอ่อนแอของกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล ไปจนถึงองค์กรอิสระที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งในการตรวจจับคนโกงตัวใหญ่ได้,
  • เหตุการณ์อื้อฉาว : กรณีตึก สตง. ถล่มเมื่อต้นปี 2568 เป็นตัวแปรสำคัญที่สะท้อนถึงความบกพร่องในการป้องกันทุจริตอย่างรุนแรง
  • การคอร์รัปชันทุกวงการ : ปัญหาการทุจริตกระจายตัวไปทั่ว ทั้งในวงการสงฆ์ และวงการเมือง โดยที่ประชาชนไม่มีโอกาสรับรู้ความจริงหรือเรียกร้องความยุติธรรมได้,
  • บทเรียนจากเพื่อนบ้านและสถานการณ์โลก 

ในขณะที่ไทยดิ่งลง ประเทศอย่างเวียดนามและติมอร์เลสเตกลับมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการปฏิรูปโครงสร้าง ส่วนในระดับโลก ประเทศที่สะอาดที่สุดยังคงเป็น เดนมาร์ก (89 คะแนน) และฟินแลนด์ (88 คะแนน)

รายงานจาก TI ยังชี้ให้เห็นว่า ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเกิดความไม่พอใจของประชาชนต่อการทุจริตมากขึ้น จนนำไปสู่การประท้วงใหญ่ในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เนื่องจากประชาชนมองว่าผู้มีอำนาจใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ล้มเหลวในการให้บริการสาธารณะและทำเศรษฐกิจให้มั่นคง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ประเทศไทยไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป หากยังไม่มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังอันดับของไทยอาจดิ่งลงสู่จุดที่ยากจะกอบกู้ในอนาคต