

KEY
POINTS
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระบวนการเร่งการเดินหน้าผลักดันงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นั้น ยังต้องรอคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อดีของรัฐบาลชุดเดิมจะทำให้การทำงานมีการต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ตนได้มีการหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้มีการเตรียมกระบวนการร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ซึ่งจะดำเนินการอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้การบังคับใช้งบประมาณไม่ล่าช้า
ส่วนจะมีการทบทวนกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 หรือไม่นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า กรอบวงเงินรวมทั้งหมด จะยังคงเดิมตามแผนการคลังระยะปานกลาง อย่างไรก็ตาม ในด้านรายละเอียด เช่น งบกระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณกลาง สามารถพิจารณาปรับวงเงินใหม่ได้ และจะมีการปรับรายละเอียดมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ซึง่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนได้
“ถ้ามีรัฐบาลเร็ว จะทำให้ล่าช้าน้อยที่สุด ซึ่งก่อนมีการประกาศยุบสภาฯ เราได้เร่งรัดในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะเรารู้ว่าจะมีการยุบสภาฯ และไม่อยากให้การบังคับใช้งบประมาณปี 2570 ล่าช้าออกไปนาน”
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะมีผลบังคับใช้ล่าช้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการการรองรับผลการเลือกตั้งของ กกต.
"หากกกต. รับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วสูงสุดที่ 60 วัน ก็จะมีประโยชน์ต่อการเดินหน้าจัดทำงบประมาณปี 70 แต่ที่ผ่านมา กกต. ใช้เวลาถึง 60 วันเต็ม จึงทำให้หลังจากเลือกตั้งเสร็จต้องรอไปกว่า 2 เดือน"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลัง ได้คาดการณ์ว่า จากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะส่งผลให้งบประมาณปี 2570 มีผลบังคับล่าช้าออกไป 3 เดือน หรือ 1 ไตรมาส โดยได้รวมในสมมติฐานประมาณการเศรษษฐกิจไทยปี 2569 แล้ว ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 2%
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ออกมาค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะทำให้การทำงานของรัฐบาลที่เข้ามามีความต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ยังปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ อาจจะส่งผลให้งบประมาณปี 2570 มีผลบังคับใช้ได้เร็วขึ้น