

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ กระทรวงการคลังมีความพร้อมในการผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟสใหม่ทันที หลังจากได้เตรียมการไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว พร้อมทั้งมีการปรับกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น
นายเอกนิติ ระบุว่า หัวใจสำคัญของโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสใหม่นี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการกระตุ้นกำลังซื้อเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะของประชาชนและร้านค้ารายย่อยควบคู่กันไป
โดยจากการทดสอบโครงการในระยะที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมสามารถเพิ่มรายได้จากระดับประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน เป็นมากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงโครงสร้างที่ช่วยเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพ
สำหรับกลุ่มเป้าหมายฝั่งร้านค้า โครงการจะเปิดให้เฉพาะร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศเข้าร่วมเท่านั้น โดยจะไม่เปิดให้ร้านค้ารายใหญ่หรือร้านเชนเข้าร่วม เพื่อให้เม็ดเงินจากโครงการกระจายสู่ชุมชนและต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัสที่ผ่านมา พบว่าเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 80,000 ล้านบาท สามารถกระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ประมาณ 85% ขณะที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเพียง 15%
ในส่วนของประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ นายเอกนิติ กล่าวว่า จะยังคงใช้ระบบลงทะเบียนเดิมเป็นหลัก แต่มีการปรับขั้นตอนให้สะดวกและง่ายขึ้น โดยอาศัยฐานข้อมูลที่มีอยู่
พร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มประชาชนที่ไม่เคยได้รับสิทธิ์มาก่อนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ก่อน ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ที่เคยอยู่ในระบบและเคยได้รับสิทธิ์ในโครงการก่อนหน้านี้ ยังสามารถเข้าร่วมและใช้สิทธิ์ได้เช่นเดิม
“โครงการคนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ จะเปิดโอกาสให้ทั้งประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ และกลุ่มเดิมที่อยู่ในระบบ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยจะช่วยให้การลงทะเบียนง่ายขึ้น ขณะนี้การเตรียมการอยู่ในระดับประมาณ 99% และพร้อมผลักดันทันทีเมื่อรัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ” นายเอกนิติ กล่าว
สำหรับงบประมาณดำเนินโครงการ นายเอกนิติ ระบุว่า ยังต้องรอความชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ หากสามารถจัดตั้งได้อย่างรวดเร็ว คาดว่าจะสามารถใช้งบกลางของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ได้ แต่หากกระบวนการล่าช้า อาจจำเป็นต้องขยับไปใช้งบกลางของงบประมาณปี 2570 แทน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นายเอกนิติ กล่าวว่า ในช่วงที่เคยดูแลสำนักงบประมาณ ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงจัดทำกรอบงบประมาณล่วงหน้าไว้แล้ว หากโครงสร้างของรัฐบาลใหม่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก จะช่วยให้กระบวนการจัดทำงบประมาณไม่ล่าช้า และสร้างความต่อเนื่องให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม
นายเอกนิติ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การเริ่มต้นจัดทำงบประมาณปี 2570 ใหม่ จะช่วยเปิดช่องว่างทางการคลังให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง ไม่ดำเนินนโยบายประชานิยมในลักษณะการแจกเงิน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยจะดำเนินนโยบายภายใต้กรอบแผนการคลังระยะปานกลาง