thansettakij
สศช.แนะเกษตรฯ คิดค่าธรรมเนียมออกใบรับรองนำเข้า-ส่งออก เป็นธรรม

สศช.แนะเกษตรฯ คิดค่าธรรมเนียมออกใบรับรองนำเข้า-ส่งออก เป็นธรรม

02 ก.พ. 2569 | 01:47 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 01:53 น.

สภาพัฒน์ แนะเกษตรฯ คิดค่าธรรมเนียมออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตร อย่างเป็นธรรม ไม่เพิ่มต้นทุนเกษตรกร ผู้ประกอบการ หลังครม.ไฟเขียว กฎใหม่ คุมนำเข้า-ส่งออก สกัดสวมสิทธิ์

KEY

POINTS

  • สศช. เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมในการขอใบรับรองนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ
  • ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่มีขึ้นเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรมาสวมสิทธิ์เป็นสินค้าไทย (Repack) และเพื่อให้การส่งออกเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า
  • สศช. ยังแนะให้กระทรวงเกษตรฯ ประชาสัมพันธ์กฎใหม่ให้ทั่วถึง และหารือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นเอกภาพ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำความเห็นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบเรื่อง ร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรกรรม ตามมาตรฐานบังคับ ฉบับใหม่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอให้รับข้อสังเกตุไปพิจารณาประกอบ เพื่อให้การออกกฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ สศช. แจ้งว่า ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขอให้สำนักงานฯ เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของครม. เรื่อง ร่างกฎกระทรวงการขออนุญาต และการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรกรรมตามมาตรฐานบังคับ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั้น

สศช. ได้พิจารณาแล้ว เห็นควรให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ เพื่อให้การส่งออกสินค้าเกษตรเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า และเพื่อป้องกันการลักลอบนำสินค้าเข้ามารีแพ็ค (Repack) แล้วส่งออกโดยอ้างว่าเป็นสินค้าของประเทศไทย ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และชื่อเสียงสินค้าเกษตรจากประเทศไทย 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ควรหารือร่วมกับ หน่วยงานอื่นที่มีหน้าที่กำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกที่มีกฎหรือระเบียบเฉพาะ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นเอกภาพ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้นำเข้ารับทราบถึงร่างกฎกระทรวงฯ โดยเร็วและทั่วถึง 

ทั้งนี้เพื่อให้การนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป รวมทั้งการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมที่อาจเกิดขึ้นในการขอรับใบรับแจ้งจากผู้อนุญาตในการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงภาระด้านค่าใช้จ่ายของผู้ได้รับใบอนุญาต เพื่อไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนให้แก่เกษตรกรและ ผู้ประกอบการ 

ทั้งนี้ ควรศึกษาและติดตามหลักเกณฑ์หรือกฎระเบียบการนำเข้าสินค้าเกษตรของประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรกรให้สามารถปรับตัวได้ตามมาตรฐานข้อกำหนดคุณภาพและความปลอดภัยของประเทศปลายทางด้วย

สำหรับร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรกรรม ตามมาตรฐานบังคับ ฉบับใหม่ มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับ พ.ศ. 2563 เนื่องจากปัญหาการนำเข้าสินค้าทุเรียนแช่เยือกแข็งจากต่างประเทศ แล้วทำการส่งออกและกล่าวอ้างว่าเป็นสินค้าของไทย (Repack) 

ประกอบกับปัจจุบันประเทศปลายทางมีการกำหนดมาตรการที่มีความเข้มงวดและกำหนดให้ผู้ส่งออก ต้องแนบเอกสารประกอบการส่งออกทุกครั้ง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ จึงได้ดำเนินการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร

โดยมีการกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ส่งออกหรือนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับต้องแจ้งการส่งออกหรือนำเข้าซึ่งสินค้าเกษตรนั้น และส่งหลักฐานเกี่ยวกับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยเป็นรายชนิดสินค้าให้ผู้อนุญาตทราบ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ก่อนวันที่ส่งออกหรือนำเข้า ตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

(ปัจจุบันกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับฯ ไม่ได้กำหนดให้ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยเป็นรายชนิดสินค้าให้ผู้อนุญาตทราบแต่ต้องแจ้งการส่งออกหรือนำเข้าสินค้าเกษตรนั้นให้ผู้อนุญาตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน)

พร้อมทั้งกำหนดให้การแจ้งการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานบังคับให้ผู้ส่งออกส่งหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งที่มาของจำนวนของสินค้าเกษตรที่นำมาเป็นวัตถุดิบต่อผู้อนุญาตก่อนวันส่งออกตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการสำนักงานมาตรฐาน สินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาด้วย