

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกฎหมายยังไม่อนุญาตให้ กบข. เข้าไปรับบริหารการลงทุนให้หน่วยงานอื่น แต่ขณะนี้ กบข.อยู่ระหว่างศึกษา การทบทวนกฎหมายใหม่ในหลายๆ ประเด็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงการเข้าไปรับจ้างบริหารจัดการเงินลงทุน ให้หน่วยงานราชการอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข.
“คาดว่าจะมีความชัดเจน และสรุปสาระสำคัญร่างกฎหมายได้ภายในสิ้นปี 2569 นี้ ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป”
สำหรับการแก้กฎหมาย กบข. นี้ ไม่ได้มาจากประเด็นเรื่องประกันสังคมโดยตรง แต่ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานราชการอื่น มาติดต่อให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารกองทุนอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีข้าราชการในระบบถึงประมาณ 3-4 ล้านราย แต่มีสมาชิก กบข. เพียง 1.2 ล้านรายเท่านั้น มีอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้อยู่เป็นสมาชิก กบข. รวมถึงไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปช่วยบริหารกองทุนให้
นายทรงพล กล่าวว่า กบข.อยู่ระหว่างการพิจารณาการเข้าไปช่วยบริหารการลงทุน ในหน่วยงานนั้นๆ แต่คงบริหารแค่เพียงเงินเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปบริหารสิทธิประโยชน์อื่นๆ
ส่วนกรณีที่มีข้อเสนออยากให้ กบข. เข้าไปช่วยบริหารการลงทุน ให้ประกันสังคมนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา แต่หากมีการติดต่อมา และกฎหมายมีความพร้อม กบข.ก็พร้อมพิจารณา
สำหรับจุดแข็งสำคัญที่ทำให้หน่วยงานอื่นสนใจคือ กบข. คิดค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง (Actual Cost) ทั้งค่าบุคลากรและค่าดำเนินการ ซึ่งเมื่อเทียบกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทั่วไปแล้วถือว่าน้อยมาก
นอกจากนี้ กบข. ตั้งเป้าหมายการลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี ไม่น้อยกว่า 2-3% โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สมาชิกได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 5.18% และบางแผนการลงทุน เช่น แผนสมดุลตามอายุ ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 8%
ขณะเดียวกัน กบข. มีการลงทุนในสินทรัพย์ถึง 18 ประเภท และมีระบบการคัดเลือกสินทรัพย์รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่เป็นขั้นตอนสากล
นอกจากเป้าหมายในการรับบริหารเงินให้หน่วยงานอื่นแล้ว กบข. ยังเตรียมรุกคืบการลงทุนในกลุ่ม Silver Economy หรือสังคมสูงวัย โดยมีแผนทำโครงการนำร่อง (Sandbox) เช่น การลงทุนใน Senior Complex ร่วมกับพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการศึกษาและลงมือได้ไม่เกินปลายปี 2569 นี้