

KEY
POINTS
ประเด็นการปฏิรูป สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลัง น.ส.ตรีนุช เทียนทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งสัญญาณชัดเจนให้เร่งปรับโครงสร้างการทำงาน พร้อมแนวคิด “แยกประกันสังคมออกเป็นองค์กรอิสระ” และยก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้นแบบการบริหารจัดการกองทุนอย่างมืออาชีพ ท่ามกลางโจทย์ใหญ่การดูแลผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคนในระยะยาว
ทำไม “กบข.” ถูกยกเป็นต้นแบบ
กบข. เป็นกองทุนภาครัฐที่มีโครงสร้างการบริหารแยกออกจากระบบราชการแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการกำหนดนโยบายการลงทุน และทีมผู้เชี่ยวชาญบริหารสินทรัพย์ภายใต้กรอบกฎหมายที่เน้นผลตอบแทนควบคู่การบริหารความเสี่ยง แตกต่างจากสำนักงานประกันสังคมที่ยังอยู่ภายใต้ระบบราชการ และมักถูกตั้งคำถามเรื่องความคล่องตัวในการลงทุน
บทบาทหลักของ กบข. ครอบคลุมทั้ง
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ กบข. สามารถแยก “การเมือง” ออกจาก “การบริหารเงิน” ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกองทุนขนาดใหญ่
โครงสร้างเงินกองทุน สร้างเสถียรภาพระยะยาว
เงินของกองทุน กบข. ไม่ได้พึ่งพาแหล่งเดียว แต่กระจายเป็นหลายส่วน ทั้งเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบ เงินชดเชย เงินสำรอง และเงินกองกลาง ส่งผลให้ระบบมีความยืดหยุ่น รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า
โดยเฉพาะ เงินสำรอง ที่รัฐต้องจัดสรรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญในยามวิกฤต ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สำนักงานประกันสังคมยังขาดความชัดเจนในเชิงกฎหมายและโครงสร้าง
ตัวเลขสะท้อนประสิทธิภาพ
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า กบข. มีสินทรัพย์สุทธิกว่า 1.39 ล้านล้านบาท สมาชิกกว่า 1.25 ล้านราย และสร้างผลประโยชน์สุทธิ กว่า 41,000 ล้านบาท ขณะที่แผนการลงทุนมีผลตอบแทนหลากหลายตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่แผนหลัก 3.50% ต่อปี ไปจนถึงแผนทองคำที่ให้ผลตอบแทนกว่า 24%
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตการลงทุนแบบมืออาชีพ และเปิดทางเลือกให้สมาชิกตัดสินใจได้ด้วยตนเอง
บทเรียนสู่ “ประกันสังคมอิสระ”
หากนำโมเดล กบข. มาปรับใช้กับประกันสังคม ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน แต่คือ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือขนาดกองทุนประกันสังคมที่ใหญ่กว่าอย่างมีนัยสำคัญ และความแตกต่างของโครงสร้างสมาชิก ซึ่งจำเป็นต้องออกแบบกฎหมายและกลไกคุ้มครองใหม่ทั้งหมด