thansettakij
วิเคราะห์โมเดล 'กบข.' บริหารเงินมืออาชีพ ต้นแบบแยกประกันสังคมอิสระ

วิเคราะห์โมเดล 'กบข.' บริหารเงินมืออาชีพ ต้นแบบแยกประกันสังคมอิสระ

26 ม.ค. 2569 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 08:40 น.

วิเคราะห์โมเดล 'กบข.' ต้นแบบแยกประกันสังคมอิสระ บริหารเงินมืออาชีพ ปี 67 สร้างผลประโยชน์สมาชิก 4.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มความยั่งยืนผู้ประกันตน 24 ล้านคน

KEY

POINTS

  • กระทรวงแรงงานมีแนวคิดปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้เป็นองค์กรอิสระ โดยใช้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้นแบบ
  • จุดเด่นของโมเดล กบข. คือมีโครงสร้างการบริหารที่เป็นอิสระจากระบบราชการ สามารถแยกการเมืองออกจากการบริหารเงินลงทุน ทำให้มีความคล่องตัวและเป็นมืออาชีพ
  • กบข. มีโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคงจากหลายแหล่งและมีผลการดำเนินงานที่ดีจากการบริหารพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพ ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทน
  • หัวใจสำคัญของการนำโมเดล กบข. มาปรับใช้ คือการแยกบทบาทผู้กำกับนโยบายออกจากผู้บริหารเงิน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดการแทรกแซงทางการเมือง

ประเด็นการปฏิรูป สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลัง น.ส.ตรีนุช เทียนทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ส่งสัญญาณชัดเจนให้เร่งปรับโครงสร้างการทำงาน พร้อมแนวคิด “แยกประกันสังคมออกเป็นองค์กรอิสระ” และยก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้นแบบการบริหารจัดการกองทุนอย่างมืออาชีพ ท่ามกลางโจทย์ใหญ่การดูแลผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคนในระยะยาว

ทำไม “กบข.” ถูกยกเป็นต้นแบบ

กบข. เป็นกองทุนภาครัฐที่มีโครงสร้างการบริหารแยกออกจากระบบราชการแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการกำหนดนโยบายการลงทุน และทีมผู้เชี่ยวชาญบริหารสินทรัพย์ภายใต้กรอบกฎหมายที่เน้นผลตอบแทนควบคู่การบริหารความเสี่ยง แตกต่างจากสำนักงานประกันสังคมที่ยังอยู่ภายใต้ระบบราชการ และมักถูกตั้งคำถามเรื่องความคล่องตัวในการลงทุน

บทบาทหลักของ กบข. ครอบคลุมทั้ง

  • การลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้สมาชิก
  • การบริหารสมาชิก ตั้งแต่ฐานข้อมูล การสื่อสาร ไปจนถึงการจ่ายผลประโยชน์หลังเกษียณ

โครงสร้างดังกล่าวทำให้ กบข. สามารถแยก “การเมือง” ออกจาก “การบริหารเงิน” ได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกองทุนขนาดใหญ่

โครงสร้างเงินกองทุน สร้างเสถียรภาพระยะยาว

เงินของกองทุน กบข. ไม่ได้พึ่งพาแหล่งเดียว แต่กระจายเป็นหลายส่วน ทั้งเงินสะสมของสมาชิก เงินสมทบ เงินชดเชย เงินสำรอง และเงินกองกลาง ส่งผลให้ระบบมีความยืดหยุ่น รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า

โดยเฉพาะ เงินสำรอง ที่รัฐต้องจัดสรรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญในยามวิกฤต ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่สำนักงานประกันสังคมยังขาดความชัดเจนในเชิงกฎหมายและโครงสร้าง

ตัวเลขสะท้อนประสิทธิภาพ

ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า กบข. มีสินทรัพย์สุทธิกว่า 1.39 ล้านล้านบาท สมาชิกกว่า 1.25 ล้านราย และสร้างผลประโยชน์สุทธิ กว่า 41,000 ล้านบาท ขณะที่แผนการลงทุนมีผลตอบแทนหลากหลายตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่แผนหลัก 3.50% ต่อปี ไปจนถึงแผนทองคำที่ให้ผลตอบแทนกว่า 24%

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนความสามารถในการบริหารพอร์ตการลงทุนแบบมืออาชีพ และเปิดทางเลือกให้สมาชิกตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

บทเรียนสู่ “ประกันสังคมอิสระ”

หากนำโมเดล กบข. มาปรับใช้กับประกันสังคม ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน แต่คือ

  • การแยกบทบาท “ผู้กำกับนโยบาย” ออกจาก “ผู้บริหารเงิน”
  • การเพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • การลดความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือขนาดกองทุนประกันสังคมที่ใหญ่กว่าอย่างมีนัยสำคัญ และความแตกต่างของโครงสร้างสมาชิก ซึ่งจำเป็นต้องออกแบบกฎหมายและกลไกคุ้มครองใหม่ทั้งหมด