thansettakij
กบข. โชว์ปี 68 ผลตอบแทนพุ่ง 5.18% ชนะเป้าหมายเงินเฟ้อ 'ทองคำ' ดาวเด่น

กบข. โชว์ปี 68 ผลตอบแทนพุ่ง 5.18% ชนะเป้าหมายเงินเฟ้อ 'ทองคำ' ดาวเด่น

30 ม.ค. 2569 | 06:32 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 2569 | 06:38 น.

กบข. โชว์ผลการดำเนินงานปี 2568 ทำผลตอบแทนพุ่ง 5.18% ทะลุเป้าหมายเงินเฟ้อ ‘ทองคำ’ ดาวเด่น แม้เผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน เตรียมปรับทัพรับปี 2569 ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม

KEY

POINTS

  • กบข. ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยให้สมาชิก 5.18% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายและเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า
  • ความสำเร็จมาจากกลยุทธ์การลงทุนใหม่ที่แบ่งสินทรัพย์เป็น "เชิงรุก-เชิงรับ" และใช้ทองคำเป็นสินทรัพย์เพื่อปิดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก
  • สมาชิก กบข. มีความตื่นตัวในการย้ายแผนการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะแผนทองคำที่มีผู้เลือกเพิ่มขึ้นกว่า 800%

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยผลการดำเนินงาน กบข. ในปี 2568 ว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยของสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 5.18% ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทำได้ 3.91% โดยเฉพาะผลตอบแทนรายแผนการลงทุนที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ดังนี้

  • แผนสมดุลตามอายุ : กลุ่มสมาชิกอายุต่ำกว่า 51 ปี ทำผลตอบแทนได้ 8.74%, กลุ่มอายุ 55 ปี ได้ 7% และกลุ่มอายุ 59 ปี ได้ 4.94
  • แผนเชิงรุก : แผนเชิงรุก 65 (Proactive 65) ทำได้ 8.69% และแผนเชิงรุก 35 ทำได้ 5.59%
  • แผนสินทรัพย์รายประเภท : แผนทองคำสร้างผลตอบแทนสูงสุดถึง 52% (เพิ่มขึ้นจากปี 67 ที่ได้ 24%), หุ้นต่างประเทศ 17% และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ 9% ขณะที่หุ้นไทยแม้จะติดลบประมาณ 2% แต่ยังถือว่าดีกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์โดยรวมที่ปรับตัวลดลงมากกว่านั้น

กลยุทธ์ "เชิงรุก-เชิงรับ" และการใช้ทองคำปิดความเสี่ยง

หัวใจสำคัญที่ทำให้ กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในปีที่ผ่านมา คือการปรับเปลี่ยนนิยามและโครงสร้างสินทรัพย์ใหม่ โดยเปลี่ยนจาก "สินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์อื่น ๆ" เป็น "สินทรัพย์เชิงรุก (Proactive)" และ "สินทรัพย์เชิงรับ (Passive)"

  • สินทรัพย์เชิงรุก เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว 
  • สินทรัพย์เชิงรับ เน้นการป้องกันความผันผวนและรักษาเงินต้น 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)

นอกจากนี้ กบข. ยังได้นำทองคำ มาใช้ในฐานะสินทรัพย์เพื่อ "ปิดความเสี่ยง" จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเห็นผลชัดเจนจากตัวเลขผลตอบแทนในปีนี้ 

สมาชิกตื่นตัว "ย้ายแผน-ออมเพิ่ม" 

ทั้งนี้ สมาชิกมีความเข้าใจในการบริหารเงินออมมากขึ้น โดยในปี 2568 มีสมาชิกที่ยังอยู่ในแผนหลักเดิม (แผนพื้นฐานทั่วไป) ลดลงเหลือ 64% จากเดิม 73% ในปี 2567 เนื่องจากมีการย้ายไปเลือกแผนการลงทุนด้วยตนเอง หรือใช้แผนสมดุลตามอายุมากขึ้น โดยเฉพาะแผนทองคำที่มีสมาชิกเลือกเพิ่มขึ้นกว่า 800% 

นอกจากนี้ กบข. ยังส่งเสริมการออมเพิ่ม โดยสมาชิกสามารถสะสมเงินออมส่วนเพิ่มได้ตั้งแต่ 1-27% นอกเหนือจากภาคบังคับ ซึ่งการออมเพิ่มเพียง 1% ตั้งแต่เริ่มรับราชการจะมีผลอย่างมากต่อจำนวนเงินที่จะมีใช้หลังเกษียณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งมีสมาชิกออมเพิ่มในปีนี้ 1-7% รวมมากกว่า 1 แสนราย

แนวโน้มปี 2569 ท้าทายมหาศาลกว่าเดิม

แม้ผลการดำเนินงานปี 2568 จะออกมาน่าพอใจ แต่ กบข. ประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายกว่าปี 2568 มหาศาล อย่างไรก็ตาม กบข. ยังคงเดินหน้าเป้าหมายหลักคือการลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% สำหรับแผนพื้นฐานทั่วไป และบวก 2.5% สำหรับแผนสมดุลตามอายุ เพื่อรักษาอำนาจซื้อของเงินออมสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด 

ทั้งนี้ มีปัจจัยลบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  1. ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะสงครามและความขัดแย้งระหว่างประเทศที่คาดเดาได้ยาก 
  2. ภัยธรรมชาติสุดโต่ง (Extreme Weather) ปัญหาพายุ น้ำท่วม และภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ทั่วโลก