

KEY
POINTS
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยผลการดำเนินงาน กบข. ในปี 2568 ว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยของสมาชิกโดยรวมอยู่ที่ 5.18% ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทำได้ 3.91% โดยเฉพาะผลตอบแทนรายแผนการลงทุนที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ดังนี้
กลยุทธ์ "เชิงรุก-เชิงรับ" และการใช้ทองคำปิดความเสี่ยง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในปีที่ผ่านมา คือการปรับเปลี่ยนนิยามและโครงสร้างสินทรัพย์ใหม่ โดยเปลี่ยนจาก "สินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์อื่น ๆ" เป็น "สินทรัพย์เชิงรุก (Proactive)" และ "สินทรัพย์เชิงรับ (Passive)"
นอกจากนี้ กบข. ยังได้นำทองคำ มาใช้ในฐานะสินทรัพย์เพื่อ "ปิดความเสี่ยง" จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเห็นผลชัดเจนจากตัวเลขผลตอบแทนในปีนี้
สมาชิกตื่นตัว "ย้ายแผน-ออมเพิ่ม"
ทั้งนี้ สมาชิกมีความเข้าใจในการบริหารเงินออมมากขึ้น โดยในปี 2568 มีสมาชิกที่ยังอยู่ในแผนหลักเดิม (แผนพื้นฐานทั่วไป) ลดลงเหลือ 64% จากเดิม 73% ในปี 2567 เนื่องจากมีการย้ายไปเลือกแผนการลงทุนด้วยตนเอง หรือใช้แผนสมดุลตามอายุมากขึ้น โดยเฉพาะแผนทองคำที่มีสมาชิกเลือกเพิ่มขึ้นกว่า 800%
นอกจากนี้ กบข. ยังส่งเสริมการออมเพิ่ม โดยสมาชิกสามารถสะสมเงินออมส่วนเพิ่มได้ตั้งแต่ 1-27% นอกเหนือจากภาคบังคับ ซึ่งการออมเพิ่มเพียง 1% ตั้งแต่เริ่มรับราชการจะมีผลอย่างมากต่อจำนวนเงินที่จะมีใช้หลังเกษียณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งมีสมาชิกออมเพิ่มในปีนี้ 1-7% รวมมากกว่า 1 แสนราย
แนวโน้มปี 2569 ท้าทายมหาศาลกว่าเดิม
แม้ผลการดำเนินงานปี 2568 จะออกมาน่าพอใจ แต่ กบข. ประเมินว่า ปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายกว่าปี 2568 มหาศาล อย่างไรก็ตาม กบข. ยังคงเดินหน้าเป้าหมายหลักคือการลงทุนให้ชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2% สำหรับแผนพื้นฐานทั่วไป และบวก 2.5% สำหรับแผนสมดุลตามอายุ เพื่อรักษาอำนาจซื้อของเงินออมสมาชิกไว้ให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ มีปัจจัยลบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่