

KEY
POINTS
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเหล็กและเหล็กกล้า และอะลูมิเนียม ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมความพร้อมอย่างเป็นรูปธรรม
สศอ. จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่เหล็กสีเขียว เพื่อให้กระบวนการผลิตสามารถควบคุมการปลดปล่อยมลพิษเป็นไปตามมาตรฐาน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์
รวมถึงกำหนดเป้าหมายความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนสำหรับ Thai Green Steel (TGS) เป็น 3 ระยะ โดยเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และรองรับกติกาการค้าสีเขียวที่เข้มข้นขึ้นในตลาดโลก
สำหรับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.27 ขยายตัว 2.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.60% เนื่องจากการผลิตยานยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของยอดรถยนต์ไฟฟ้านำเข้ามาจำหน่ายในปีที่ผ่านมา รวมถึงการส่งออกภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ประกอบกับประชาชนมีการเร่งใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสำคัญอื่น เช่น เที่ยวดีมีคืน และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น ส่งผลให้ภาพรวมดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปี 2568 กลับมาหดตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.78% อยู่ที่ระดับ 95.81 และอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 58.67%
สำหรับปัจจัยที่กดดันภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคม 2568 ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาสินค้าส่งออกได้รับผลกระทบ ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อจากท่าทีแข็งกร้าวของนโยบายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ในหลายประเด็นได้บั่นทอนบรรยากาศการค้าและการลงทุนโลก ส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการตัดสินใจลงทุน ประกอบกับความไม่สงบบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาส่งผลต่อการค้าชายแดน โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น รวมถึงการท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อสุกรและเนื้อปลาแช่แข็ง รองเท้า เครื่องดื่ม เป็นต้น
ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนมกราคม 2569 ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยปัจจัยภายในประเทศยังต้องเฝ้าระวัง หลังความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงเนื่องจากความกังวลนโยบายการค้าโลก และค่าเงินบาทแข็งค่า ส่วนการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้นจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ด้านปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง โดยภาคการผลิตชะลอตัวในสหภาพยุโรปและอาเซียน ขณะที่ภาคการส่งออกของจีนและออสเตรเลียขยายตัวได้ในเดือนนี้
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย
ส่วนอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่