KEY
POINTS
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง ถึงการพิจารณาบทลงโทษสูงสุดหากเกิดเหตุร้ายแรงในโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการในปัจจุบันที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและโครงการที่จะมีการประมูลงานในอนาคต โดยจะระบุลงในเอกสารประกาศประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อส่งสัญญาณให้ผู้รับเหมาต้องดำเนินการก่อสร้างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงการพิจารณาให้ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย
ล่าสุด กระทรวงคมนาคม กำลังพิจารณามาตรการลงโทษผู้รับจ้างก่อสร้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะสมุดพกผู้รับเหมา หรือระบบตัดแต้ม ลดชั้น และขึ้นบัญชีดำ เป็นอำนาจของกรมบัญชีกลางภายใต้กระทรวงการคลัง ขณะนี้กฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ออกแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดในระดับระเบียบปฏิบัติที่ต้องเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมได้เดินหน้ามาตรการคู่ขนาน ด้วยการกำหนดบทลงโทษใหม่ในสัญญาจ้างก่อสร้างของหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะกรณีที่การก่อสร้างก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งที่ผ่านมาสัญญามาตรฐานของกรมบัญชีกลางจะมุ่งเน้นบทลงโทษเรื่องความล่าช้าและคุณภาพงานก่อสร้างเป็นหลัก แต่ยังไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน
นายชยธรรม์ กล่าวว่า ตามกระบวนการทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมทางหลวง (ทล.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานถึงการกำหนดบทลงโทษผู้รับเหมาทั้งการจัดชั้นหรือปรับลดสถานะผู้รับเหมาส่งไปยังกรมบัญชีกลางพิจารณาที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนนี้ ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง
“ต้องรอกระบวนการจากส่วนกลาง แต่กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่รอให้มาตรการสมุดพกมีผลบังคับใช้ก่อน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการดำเนินงานขึ้นอีกชุดหนึ่ง มีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อประสานและติดตามว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถนำมาใช้ได้เมื่อใด” นายชยธรรม์ กล่าว
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินการด้านความปลอดภัยจากเหตุการณ์ล่าสุด แต่ได้ขับเคลื่อนมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในระหว่างการก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี แต่มีการจัดทำเอกสาร ขั้นตอน และแนวทางการกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบด้วย