นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยอธิบายถึงปัญหาที่ต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ในปี 2569 เพื่อความอยู่รอด ประกอบด้วย
ปัญหาเรื้อรังฝังลึกจากสถานการณ์กับดักคุณภาพหนี้ครัวเรือน ปัญหาหนี้เสียที่ลุกลามจากหนี้ในระบบไหลลงสู่หนี้นอกระบบเพิ่มขึ้น การเข้าถึงแหล่งทุนลดลงในทุกขนาดกิจการของ SMEs ไทย ปัญหาผู้ประกอบการ SMEs ถูกปฏิเสธ สินเชื่อธุรกิจผลักไปใช้บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูงมาก ขณะที่ทางรอดของผู้ประกอบการ SMEs ต้องปรับการบริหารจัดการวางแผนทางการบัญชีและการเงิน บริหารสภาพคล่อง การแสวงหาและเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนทางการเงินดอกเบี้ยต่ำจากสินเชื่อนโยบายรัฐและเข้าถึงกลไกการแก้หนี้
การค้าขายทั้งในและระหว่างประเทศกับการฝ่าฟันสงครามการค้ากำแพงภาษีและไม่ใช่ภาษี การสร้างกติกา ระเบียบเศรษฐกิจใหม่ ใหญ่กลืนเล็ก การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ การใช้แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ให้เข้าถึง กลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น รวมถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรงให้กับสินค้า บริการและองค์กรรวมทั้งเจ้าของธุรกิจที่มี อัตลักษณ์ ความแตกต่างอย่างมีมูลค่าเพิ่ม ความไว้วางใจเชื่อถือจดจำของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียของธุรกิจ
สถานการณ์สงครามโลกเดือด กับESG ที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน ในกติกาสากลได้ ทั้งการปฏิบัติให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจสีเขียว ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เข้าถึงมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและระบบคุณภาพ เครื่องหมายมาตรฐานต่างๆที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนรวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียของธุรกิจ การบริหารธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใสด้วยธรรมาภิบาลองค์กร และคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลักตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อสร้างธุรกิจให้ยั่งยืน
สงครามเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่จะเป็นทั้งอุปสรรคและโอกาสสำหรับ SMEs ไทยและแรงงานหาก ไม่สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่านประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI และ Social media รวมถึง Cybersecurity ให้เกิดการ ลดต้นทุน ลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความสะดวกรวดเร็วอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การวิเคราะห์และบริหาร ธุรกิจด้วยเหมืองข้อมูลที่เพียงพอ เทคโนโลยี AI จะไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดที่ต้องเร่งสร้าง AI Citizenship ตลอดทุกช่วงวัยของคนไทย อีกทั้งต้องใช้วิทยาศาสตร์ งานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาปรับพัฒนาธุรกิจ สินค้าและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งมอบคุณค่าที่แตกต่างอย่างเข้าถึง การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ
การแสวงหาพันธมิตรวามร่วมมือทางธุรกิจเพื่อส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและร่วมกันเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ประกอบการไทย อาทิ เครือข่ายภาคเอกชน สมาคมการค้าต่างๆ บริษัท องค์กร ภาครัฐ ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี นอกจากการปรับตัวผู้ประกอบการและแรงงานรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก รัฐบาลและภาครัฐยังต้องมุ่งเป้า เร่งการขับเคลื่อนพลิกโฉมโครงสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ได้แก่
ฝ่าสงครามทุนเทา การเผชิญปัญหาทุนเทาทั้งในประเทศและทุนเทาข้ามชาติ ปัญหานอมินีผิดกฎหมาย สินค้าไร้ มาตรฐานทะลัก ปัญหายาเสพติดระบาด การค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ ธุรกิจพนันออนไลน์และออนไซค์ ปัญหาเรื้อรัง ของการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกระดับ ซึ่งภาคเอกชนและผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจที่ดำเนิน ธุรกิจอย่างถูกต้องได้รับผลกระทบทั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน การค้าไม่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายของรัฐเหลื่อมล้ำ การสร้างการเมืองสะอาดเพื่อเศรษฐกิจสีขาวไทย
การปรับแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ประกาศที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งไทยและ ต่างชาติเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุน อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จัดแบ่งความรับผิดชอบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องและกำหนดแผนการทบทวนอย่างเร่งด่วนแต่ละกระทรวง กรมหรือหน่วยงานและ สร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อให้การแก้ไขทบทวนปรับปรุงได้ตอบโจทย์ทันสมัยและยั่งยืน
ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล และการขับเคลื่อนสู่มาตรการ โครงการต่างๆเพิ่มการเข้าถึงกลไกรัฐที่ส่งเสริม สนับสนุนสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการและแรงงาน การนำเทคโนโลยีดิจิทัล AI ช่วยในการยก ระดับการบริการภาครัฐ การผลักดัน FTA ขยายผลประเทศและกลุ่มประเทศเป้าหมายเพิ่มขึ้น เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงการใช้ FTA เพิ่มขึ้น การให้ความสำคัญกับการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริม Local content สนับสนุนการใช้วัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต สินค้าบริการภายในประเทศของผู้ประกอบการไทย การกระจายรายได้สู่ ท้องถิ่นและสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่พร้อม เป็นแรงงานที่มีคุณค่าและเป็นผู้ประกอบการ SMEs หรือ อาชีพอิสระในชุมชน เป็นต้น