พาณิชย์ดึง 17 หน่วยงาน ล้างบางนอมินี-บัญชีม้า ลุยตรวจฉ่ำ 2.1 หมื่นราย

23 ม.ค. 2569 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 2569 | 09:41 น.

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึก 17 หน่วยงาน ลุยตรวจนอมินี-บัญชีม้า 2.1 หมื่นราย ปิดช่องต่างชาติถือครองที่ดิน–ธุรกิจผิดกฎหมาย เตือนคนไทยร่วมผิด โดนโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ

KEY

POINTS

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับ 17 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นนอมินี
  • มุ่งแก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนเพื่อถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
  • ตั้งเป้าตรวจสอบนิติบุคคลจำนวน 21,459 ราย โดยจะยกระดับมาตรการตรวจสอบเชิงรุกและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ความสำคัญในเดินหน้าแก้ไขปัญหานอมินีบัญชีม้าเป็นลำดับต้น เป็นภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาการถือครอง/ครอบครองที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยนอมินี ล่าสุดได้จัดการประชุมหารือร่วมกับ 17 หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูล กรณีชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงบั่นทอนความเป็นธรรมต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไทย

ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการจดทะเบียนธุรกิจ การถือครองที่ดิน การลงทุนของชาวต่างชาติ การจัดเก็บภาษี การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และการบังคับใช้กฎหมาย 

โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลและการทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการหลีกเลี่ยงกฎหมายของชาวต่างชาติที่อาศัยการใช้นอมินีคนไทยเข้าถือหุ้นหรือถือครองทรัพย์สินแทน ทั้งการลงทุนเชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ การทำการเกษตร รวมถึงการถือครองเพื่ออยู่อาศัย 

ที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้โครงสร้างทางธุรกิจและการถือหุ้นที่ซับซ้อนมาใช้เพื่ออำพรางการเป็นเจ้าของที่แท้จริง ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายทำได้ยากและเกิดความเสียเปรียบต่อคนไทย

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า นอมินีเป็นปัญหาที่มีความเชื่อมโยงกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กฎหมายที่ดิน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมาย DSI รวมถึงกฎหมายด้านภาษี ฯลฯ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่มิจฉาชีพมักนำมาใช้ในการกระทำความผิด มีการบังคับใช้กฎหมายแต่ละฉบับของแต่ละหน่วยงานอย่างจริงจังและรวดเร็ว โดยหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดสูงสุด

ทั้งนี้ในที่ประชุมทั้ง 17 หน่วยงานเห็นพ้องที่จะยกระดับมาตรการตรวจสอบเชิงรุก การใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลในการติดตามโครงสร้างการถือหุ้นและการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ขณะนี้มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย เพื่อให้การตรวจสอบมีความรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ จะร่วมกันสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยเกี่ยวกับผลกระทบของการยินยอมให้ใช้ชื่อเป็นนอมินี ซึ่งมีโทษทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กรมฯ จะดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยอย่างถูกต้อง การกำกับดูแลและป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติ ผ่านสถานทูต หอการค้าต่างประเทศ พันธมิตรด้านกฎหมาย ด้านบัญชี หน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เพื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงในการชี้แจงแก่นักลงทุนของแต่ละประเทศอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้กรมฯ และหน่วยงานพันธมิตรจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย ทั้งชาวต่างชาติหรือคนไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าปรับปรุงและยกระดับกลไกการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหานอมินีเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งการหารือกับ 17 หน่วยงาน ในครั้งนี้ 

อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิดและเน้นย้ำให้คนไทยระมัดระวังไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากตรวจสอบพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด 

ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกองธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน