‘Gulf-Google Cloud’ ดันไทยสู่ AI เพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลระดับประเทศ

22 ม.ค. 2569 | 02:26 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 02:26 น.

‘Gulf-Google Cloud’ ดันไทยสู่ AI เพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลระดับประเทศ เดินหน้าบริการ Sovereign และ Agentic AI พร้อมจัดตั้ง Center of Excellence

KEY

POINTS

  • บริษัท กัลฟ์ เอ็ดจ์ ในเครือ GULF ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยี AI และคลาวด์ขั้นสูง
  • มุ่งให้บริการ Sovereign AI ที่เน้นความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล และ Agentic AI ที่มีความสามารถในการจัดการและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนสำหรับภาคธุรกิจไทย
  • ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้องค์กรทุกขนาดในไทยสามารถสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว
  • มีแผนจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ (CoE) ด้าน AI และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เปิดเผยว่า บริษัท กัลฟ์ เอ็ดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ในเครือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ได้ดำเนินการยกระดับการดำเนินธุรกิจด้วยเอไอ (AI) ผ่านการร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud

ทั้งนี้  เพื่อผลักดันกลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือ ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ขั้นสูง มุ่งขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการส่งมอบบริการ Sovereign AI ที่มีความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล ผสมผสาน Agentic AI ที่มีความฉลาดในการจัดการ เพื่อประโยชน์สูงสุดของภาคธุรกิจไทย 

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวเป็นต่อยอดจากการขยายการเข้าถึงบริการ Google Distributed Cloud (GDC) แบบ Air-gapped ภายในประเทศ โดยจะผสานด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Gulf Edge เข้ากับโครงข่ายที่ครอบคลุมของ AIS และเทคโนโลยี AI แบบครบวงจรของ Google Cloud เพื่อผลักดันให้องค์กรทุกขนาดในอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านคลาวด์และ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

“การขยายความร่วมมือกับ Google Cloud จะเป็นการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคตของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI อย่างแท้จริง GULF ตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าจะเป็นผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยี Sovereign Cloud ที่มีความปลอดภัยสูงสุด และ Agentic AI มาปรับใช้ในธุรกิจและบริษัทในเครือ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม”

‘Gulf-Google Cloud’ ดันไทยสู่ AI เพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลระดับประเทศ

โดยเชื่อว่าจะช่วยจุดประกายการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทย ทั้งการสร้างบุคลากรที่มีทักษะแห่งอนาคต และการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ สอดรับกับเทรนด์ AI โลก การนำจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานของกัลฟ์มาผสานกับเทคโนโลยีระดับโลกจาก Google จะช่วยปลดล็อกศักยภาพให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าถึง AI ซึ่งไม่เพียงแต่จะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP และเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน

นายสารัชถ์ กล่าาวอีกว่า ปัจจัยสำคัญของความร่วมมือระหว่าง Google Cloud และ Gulf Edge โดยมี AIS เป็นทั้งองค์กรต้นแบบและพันธมิตรในระบบนิเวศ คือการสร้างแพลตฟอร์ม Agentic AI ยุคใหม่ที่สามารถรวบรวมข้อมูลเครือข่ายและการดำเนินงานที่มีอยู่อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประสิทธิภาพเครือข่ายแบบเรียลไทม์ หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป การนำข้อมูลเหล่านี้มาบูรณาการภายใต้สภาพแวดล้อมที่มั่นคงปลอดภัยและยืดหยุ่น จะช่วยเร่งการส่งมอบ AI Agents ไปทั่วทั้งองค์กรผ่าน Gemini Enterprise ซึ่งมีความสามารถเหนือกว่าระบบอัตโนมัติทั่วไป สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน พร้อมทั้งยกระดับการดูแลลูกค้าไปอีกขั้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ AIS ที่มุ่งยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าสู่มาตรฐานใหม่ในทุกช่องทางบริการ ผ่านการนำ AI Models และโซลูชั่นคลาวด์ชั้นนำของ Google มาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน myAIS หรือศูนย์บริการลูกค้าที่เพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI 

นอกจากนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้พนักงานทำงานได้คล่องตัวขึ้น ด้วยเครื่องมืออัจฉริยะที่ช่วยจัดการงานประจำให้โดยอัตโนมัติ ทำให้พนักงานสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการดูแลลูกค้าในส่วนที่สำคัญและมีความซับซ้อนได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่รวดเร็ว ตรงใจ และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างชาญฉลาด

ความร่วมมือที่ขยายขอบเขตขึ้นในครั้งนี้ ได้วางบทบาทให้ Gulf Edge เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการบุกเบิกตลาด (Go-to-market partner) ในการผลักดันการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี Agentic AI ระดับองค์กร เช่น Gemini Enterprise รวมไปถึงการให้บริการ Sovereign Cloud ที่มีอธิปไตยทางข้อมูล ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมควบคู่ไปกับการตอบโจทย์ด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ (Data Residency) สำหรับอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบควบคุมเข้มงวดส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถพัฒนานวัตกรรมได้อย่างเต็มที่ โดยมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจะถูกจัดเก็บและดูแลอยู่ภายใต้ขอบเขตอธิปไตยของประเทศ

‘Gulf-Google Cloud’ ดันไทยสู่ AI เพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลระดับประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะร่วมกันจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกและการนำไปปรับใช้งานจริงภายใน Gulf Edge โดยศูนย์แห่งนี้จะพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Innovation Blueprints) เฉพาะทางสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และการผลิต ซึ่งจะเป็นโครงร่างทางเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงบนระบบของ Google Cloud เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การยกระดับทักษะผู้เชี่ยวชาญในศูนย์ความเป็นเลิศนี้จะเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยเริ่มจากกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ก่อนจะขยายผลไปสู่การส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้างแก่องค์กรทุกขนาดทั่วประเทศไทย

นายคาร์ธิก นาเรน (Karthik Narain) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ Google Cloud กล่าวว่า AI คือโอกาสครั้งสำคัญที่สุดแห่งยุคที่จะพลิกโฉมทั้งวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะพาสังคมไทยก้าวสู่อนาคตดิจิทัลอย่างเต็มตัว โดยมุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพให้ทุกองค์กรในประเทศไทยมีความคล่องตัว รวมถึงรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อน และเปลี่ยนไอเดียที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้