
‘กกพ.’ แจ้งโรงไฟฟ้าหยุดจ่ายไฟ 13 แห่ง หลังน้ำท่วมภาคใต้ล่าสุด
‘กกพ.’ เผยมีโรงไฟฟ้าแจ้งหยุดจ่ายไฟ 13 แห่ง หลังน้ำท่วมภาคใต้ล่าสุด จากฝนตกสะสมต่อเนื่องและสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่
KEY
POINTS
- กกพ. ประกาศโรงไฟฟ้า 13 แห่งในภาคใต้หยุดเดินระบบชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม
- การหยุดจ่ายไฟส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,635.776 เมกะวัตต์
- กฟภ. มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยขยายระยะเวลาชำระค่าไฟฟ้าเดือนพฤศจิกายน
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังฝนตกสะสมต่อเนื่องและสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าได้แจ้งหยุดประกอบกิจการเพิ่มเติมอีก 5 ราย ได้แก่
- บจก.กรีเอ็นเนอร์จี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังการผลิต 9.600 เมกะวัตต์
- บจก.อีโคเจนเนอเรชั่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กำลังการผลิต 4.800 เมกะวัตต์
- บจก.ยะลากรีนเอ็นเนอร์ยี่ อ.เมือง จ.ยะลา กำลังการผลิต 9.900 เมกะวัตต์
- บจก.ปัตตานีมุ่งพัฒนาไบโอแก๊ส อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำลังการผลิต 2.992 เมกะวัตต์
- บจก.ปาล์มพัฒนาไบโอแก๊ส อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กำลังการผลิต 2.134 เมกะวัตต์
ทำให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบการแจ้งหยุดประกอบกิจการเนื่องจากน้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 11 ราย
ต่อมาเวลา 13.10 น. ของวันนี้ (27 พฤศจิกายน 2568) สข.12 รายงานเพิ่มเติมว่า มีผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าแจ้งปลดระบบรวมแล้วทั้งสิ้น 13 ราย คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,635.776 เมกะวัตต์
โดย สข.12 อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเหตุขัดข้องจากผู้ประกอบการเพื่อรายงานต่อสำนักงาน กกพ. ส่วนกลางตามขั้นตอนบริหารเหตุฉุกเฉินด้านพลังงาน
ทั้งนี้ สามารถสรุปผู้ประกอบการที่แจ้งหยุดเดินระบบรวม 13 ราย ได้ดังนี้
- บริษัท กัลฟ์ จะนะ กรีน จำกัด จำนวน 25.000 เมกะวัตต์
- บริษัท โกลบอลกรีนโฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 9.500 เมกะวัตต์
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าจะนะ) จำนวน 710.000 เมกะวัตต์
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 2) จำนวน 804.100 เมกะวัตต์
- บริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 33.600 เมกะวัตต์
- บริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด (ใบอนุญาตขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ) จำนวน 0.000 เมกะวัตต์
- บริษัท ซิมเพแทกซ์ โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 1.150 เมกะวัตต์
- บริษัท กรีเอ็นเนอร์จี จำกัด จำนวน 9.600 เมกะวัตต์
- บริษัท อีโคเจนเนอเรชั่น จำกัด จำนวน 4.800 เมกะวัตต์
- บริษัท ดีโคโนเมธเนอร์จี้ จำกัด จำนวน 9.000 เมกะวัตต์
- บริษัท ปัตตานีมุ่งพัฒนาไบโอแก๊ส จำกัด จำนวน 2.992 เมกะวัตต์
- บริษัท ปาล์มพัฒนาไบโอแก๊ส จำกัด จำนวน 2.134 เมกะวัตต์
- บริษัท ยะลากรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด จำนวน 9.900 เมกะวัตต์
รวมทั้งหมดจำนวน 1,635.776 เมกะวัตต์
ในส่วนของมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน สำนักงาน กกพ. ได้รับแจ้งจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่า จะขยายระยะเวลาชำระค่าไฟฟ้าประจำเดือนพฤศจิกายนจากเดิม 10 วันเป็น 20 วัน
เพื่อผ่อนภาระให้ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่น้ำท่วม ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาการชำระค่าไฟฟ้าจะเป็นอำนาจพิจารณาของผู้จัดการการไฟฟ้าสาขาในแต่ละพื้นที่
“แม้หลายพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับเฝ้าระวัง แต่ระบบไฟฟ้าภาคใต้โดยรวมยังมีเสถียรภาพ หน่วยงานในพื้นที่และส่วนกลางได้ยกระดับความพร้อมเต็มกำลัง ทั้งด้านระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซธรรมชาติ และการบริหารเชื้อเพลิงสำรอง”

