เปิดเกณฑ์ ‘ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา’ กฎหมายมีอยู่ แต่เหตุสูญเสียยังไม่จบ

21 ม.ค. 2569 | 08:14 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 08:22 น.

เปิดหลักเกณฑ์ ‘ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา’ กฎหมายมีอยู่ แต่เหตุสูญเสียยังไม่จบ ถอดบทเรียนอุบัติเหตุซ้ำซาก กับช่องว่างการบังคับใช้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ

KEY

POINTS

  • กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีกลไก "ขึ้นบัญชีดำ" เพื่อตัดสิทธิ์ผู้รับเหมาที่ทำผิดสัญญาร้ายแรงหรือสร้างความเสียหายแก่รัฐ
  • แม้มีกฎหมายรองรับ แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในโครงการก่อสร้างของรัฐอย่างต่อเนื่อง เช่น เครนถล่ม ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก สะท้อนถึงปัญหาการบังคับใช้
  • ปัญหาหลักอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย โดยหน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ค่อยเสนอชื่อผู้รับเหมารายใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเข้าสู่กระบวนการบัญชีดำ
  • มีการผลักดันแนวคิด "สมุดพกผู้รับเหมา" เพื่อสร้างระบบบันทึกประวัติและคะแนนความประพฤติ แก้ไขช่องว่างของระบบเดิม

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับมาตรฐานการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงจากการทุจริตหรือการดำเนินงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ หนึ่งในกลไกสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือมาตรการ “การขึ้นบัญชีดำ” หรือการเพิกถอนสิทธิผู้รับจ้าง ผู้ขาย และผู้ให้บริการภาคเอกชน ไม่ให้เข้าร่วมงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นการชั่วคราว หากพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขสัญญาอย่างร้ายแรงหรือสร้างความเสียหายต่อรัฐ

สาระสำคัญของกฎหมายเปิดช่องให้หน่วยงานของรัฐสามารถเสนอชื่อผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็น “ผู้ทิ้งงาน” หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างอย่างร้ายแรง เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพิกถอนสิทธิ โดยผลของการถูกขึ้นบัญชีดำไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหน่วยงานที่ทำสัญญา แต่มีผลครอบคลุมหน่วยงานของรัฐทุกแห่งตามขอบเขตของกฎหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายนั้นไม่สามารถเข้าร่วมเสนอราคา ทำสัญญา หรือเป็นคู่สัญญากับรัฐในทุกโครงการตลอดระยะเวลาที่ถูกกำหนด

พฤติกรรมที่เข้าข่ายถูกพิจารณาขึ้นบัญชีดำ ได้แก่

  • การไม่ปฏิบัติตามสัญญาโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • การยื่นเอกสารหรือเสนอราคาอันเป็นเท็จ
  • การสมยอมในการเสนอราคา หรือการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านงบประมาณ คุณภาพงาน และผลประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้กระบวนการพิจารณาลงโทษต้องเป็นไปตามหลักความเป็นธรรม เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งความผิดเป็นรายกรณี โดยระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิอาจกำหนดตั้งแต่ 1 ปี 2 ปี หรือยาวนานกว่านั้นตามความร้ายแรงของการกระทำ

อย่างไรก็ตาม เหตุอุบัติเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงปี 2568–2569 ได้สะท้อนคำถามสำคัญต่อประสิทธิภาพของกลไกดังกล่าว โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อชีวิตประชาชน

ในเดือนมกราคม 2569 ประเทศไทยเผชิญเหตุสะเทือนขวัญหลายครั้ง เริ่มจากวันที่ 14 มกราคม เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงในจังหวัดนครราชสีมาพังถล่มทับขบวนรถโดยสาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เพียงหนึ่งวันถัดมา เกิดเหตุเครนในไซต์ก่อสร้างถนนยกระดับบริเวณถนนพระราม 2 พังทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย

เมื่อปี 2568 ประเทศยังเคยเผชิญเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากแผ่นดินไหว ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย รวมถึงอุบัติเหตุและการทรุดตัวของโครงสร้างในโครงการต่าง ๆ ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงระบบในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย และการบังคับใช้เงื่อนไขสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะในโครงการที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูง

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ หน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาได้ทันที หากเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ประมาณ 5–6 ประการ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่กระบวนการบังคับใช้ในทางปฏิบัติ

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลั

ในเชิงโครงสร้าง กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกฎหมาย ไม่สามารถรับรู้การละเมิดสัญญาในแต่ละโครงการได้โดยตรง หากหน่วยงานเจ้าของสัญญาไม่ส่งข้อมูลเข้ามา เมื่อหน่วยงานของรัฐบริหารสัญญาและพบว่าคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จึงต้องเป็นฝ่ายเสนอข้อมูลให้กรมบัญชีกลาง เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายถูกเพิกถอนสิทธิหรือไม่

นายลวรณ ระบุว่า ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา มีการขึ้นบัญชีดำผู้ประกอบการเป็นประจำ โดยเฉพาะในสัญญาที่มีวงเงินไม่สูงมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการทำงาน แต่ในโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง กลับพบว่าการใช้กลไกบัญชีดำเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ และแทบไม่ปรากฏการเสนอชื่อผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้ายแรงเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว

ทั้งนี้ แรงกดดันจากเหตุการณ์สูญเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงต้นปี 2569 ทำให้รัฐบาลต้องขยับท่าทีอย่างชัดเจนมากขึ้น ทั้งการยกเลิกสัญญา การเริ่มกระบวนการดำเนินคดี และการพิจารณานำมาตรการ “ขึ้นบัญชีดำ” มาใช้กับบริษัทผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่มีประวัติผูกพันกับโครงการที่เกิดอุบัติเหตุหลาย

ขณะเดียวกัน แนวคิดการจัดทำ “สมุดพกผู้รับเหมา” หรือระบบบันทึกประวัติและคะแนนความประพฤติของผู้ประกอบการ กำลังถูกผลักดันให้เป็นเครื่องมือเสริม เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของระบบเดิม โดยมุ่งเชื่อมโยงการละเมิดสัญญา ความบกพร่องด้านความปลอดภัย และผลกระทบที่เกิดขึ้น เข้ากับการตัดสิทธิ์เข้าร่วมงานรัฐในอนาคตอย่างเป็นระบบ ลดการพึ่งพาดุลพินิจของหน่วยงานเจ้าของสัญญาเพียงลำพัง

ในภาพรวม กลไกการขึ้นบัญชีดำตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มีอยู่ครบถ้วนในเชิงกฎหมาย แต่เหตุอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ากำลังตอกย้ำคำถามสำคัญว่า ปัญหาแท้จริงอาจไม่ใช่การขาดเครื่องมือทางกฎหมาย หากแต่เป็นช่องว่างในการบังคับใช้ และการเชื่อมโยงความรับผิดของผู้รับเหมากับความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหากยังไม่สามารถอุดช่องโหว่นี้ได้ ความสูญเสียจากโครงการรัฐอาจยังไม่จบลงเพียงเท่านี้