KEY
POINTS
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความจริงจังในการจัดการปัญหาอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดขึ้นซ้ำซาก โดยเฉพาะกรณีสะพานยกระดับถนนพระราม 2 ถล่ม และเหตุโครงสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงพังถล่ม ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนจำนวนมาก
คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า แม้ล่าสุดนายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งยกเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้ายแรงทั้ง 2 กรณีแล้ว แต่การแก้ปัญหาไม่ควรหยุดอยู่เพียงการ “ดับไฟเฉพาะหน้า” หรือการสั่งการตามสถานการณ์เท่านั้น นายกรัฐมนตรีต้องยกระดับการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยย้ำว่า นายกรัฐมนตรีควรนั่งเป็นประธานที่หัวโต๊ะ เรียกรัฐมนตรีทุกกระทรวงที่กำกับดูแลโครงการก่อสร้างของรัฐเข้าหารือและสั่งการด้วยตนเอง โดยเฉพาะการวางมาตรการลงโทษบริษัทรับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบอย่างเด็ดขาด ด้วยการขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) ห้ามรับงานภาครัฐทุกกรณี เพื่อไม่ให้บริษัทที่เคยสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กลับมาแฝงตัวเข้าประมูลหรือรับงานราชการได้อีก
จากการตรวจสอบข้อมูลพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า บริษัทรับเหมาที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุร้ายแรงเหล่านี้ แม้จะสร้างโศกนาฏกรรมจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แต่กลับยังได้รับสัญญาโครงการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างอาคารสาธารณะสำคัญ อาทิ โรงเรียน โรงพยาบาล และ สนามบิน ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ที่มีประชาชนใช้งานจำนวนมาก หากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังเปิดเผยอีกว่า บริษัทกลุ่มเดียวกันนี้มีความเชื่อมโยงกับอุบัติเหตุร้ายแรงหลายเหตุการณ์ ตั้งแต่กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย ไปจนถึงเหตุโครงสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ราย แต่กลุ่มทุนหน้าเดิมเหล่านี้กลับยังสามารถวนเวียนรับงานรัฐได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งที่กรณีอาคาร สตง. ถล่มผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว กลับพบความล่าช้าอย่างผิดปกติ ในการเสนอชื่อบริษัทผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการขึ้นบัญชีดำอย่างเป็นทางการ ทั้งที่ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มาตรา 109 ระบุชัดว่า เมื่อหน่วยงานคู่สัญญาทราบถึงความเสียหายที่เกิดจากผู้รับเหมา ต้องรีบส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางดำเนินการลดชั้น หรือแบล็กลิสต์ทันที
คุณหญิงสุดารัตน์ตั้งคำถามถึงความบกพร่องของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในหลายยุค ตั้งแต่สมัย นายสุริยะ จนถึง นายพิพัฒน์ ที่ปล่อยให้กระบวนการตามกฎหมายล่าช้า ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ส่งผลให้บริษัทที่มีประวัติทำงานชุ่ยยังคงรับงานรัฐต่อไป และนำไปสู่การเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อน
หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยย้ำว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเริ่มขยับจัดการบริษัทผู้รับเหมาในกรณีล่าสุดแล้ว แต่ต้องไม่หยุดเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบ “เข้าเกียร์ว่าง” นายกรัฐมนตรีต้องสั่งตรวจสอบทุกสัญญาโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ที่บริษัทกลุ่มนี้ถืออยู่โดยละเอียด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย และต้องนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ความสูญเสียจากโครงการก่อสร้างของรัฐ กลายเป็นฝันร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกต่อไป