KEY
POINTS
จากรณีศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (US Supreme Court) ยังไม่มีการออกคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศคำตัดสินเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569
ต่อเรื่องดังกล่าวนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความคิดเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาในรูปแบบใด ทั้งการทื่ศาลอาจมีคำสั่งว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี
โดยสิ่งที่จะส่งผลดีต่อโลกก็คือการค้า หรือความตึงเครียดของสงครามการค้าจะคลี่คลาย เพราะการจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯจะกลับไปใช้อัตราเดิมก่อนที่จะมีประกาศเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff)
นอกจากนี้ สินค้าจีนที่ส่งออกให้กับสหรัฐฯเป็นตลาดใหญ่ที่สุดจะกลับไปดำเนินการได้เหมือนเดิม ดังนั้น ก็จะทำให้สินค้าจีนที่ทะลักไปยังภูมิภาคอื่นของโลก และประเทศไทยลดจำนวน และลดความกดดันลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องดูในรายละเอียดด้วยว่าหากศาลฯสั่งให้กลับไปใช้รูปแบบเดิมก่อนขึ้นภาษีนำเข้า เงินที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าจะต้องคืนกลับไปให้หรือไม่ ซึ่งหากจะต้องคืนก็จะกลายเป็นภาระทางการคลัง และการเงินของสหรัฐฯ โดยต้องยอมรับว่าสาเหตุชัดเจนที่ทรัมป์ใช้นโยบายเก็บภาษีตอบโต้ เพราะประเทศคู่ค้าเหล่านี้ถูกมองว่าต่างเอาเปรียบสหรัฐฯ มาเป็นเวลานาน
ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น หนี้ต่างๆของรัฐบาลที่สูงก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ และปัญหาต่อไปหากต้องนำเงินมาคืนประเทศคู่ค้าจะเป็นอย่างไร หรือมีปัญหาต่อสภาพคล่องหรือไม่
“สหรัฐต้องเกิดความวุ่นวายภายในประเทศจากการต้องคืนเงินประเทศคู่ค้า แต่เศรษฐกิจโลกโดยรวมที่เป็นคู่ค้าจะคลี่คลาย”
อย่างไรก็ตาม หากศาลตัดสินว่าทรัมป์มีอำนาจเต็ม จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับทรัมป์ ซึ่งตามปกติอุปนิสัยของทรัมป์ในการบริหารเท่าที่เห็นค่อนข้างจะหวือหวา ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใด ยึดตนเองเป็นที่ตั้ง ดังนั้น หากศาลฯสั่งว่าทรัมทป์มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้ หลังจากนี้อาจจะได้เห็นมาตรการที่คาดไม่ถึงออกมาให้โลกปั่นป่วนอีกก็เป็นได้
“จากเหตุผลดังกล่าวเชื่อว่าจะมีผลทำให้การพิจารณาคำตัดสินครั้งนี้ของวศาล หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจำเป็นต้องเลื่อนออกไป เพราะจะต้องมีการพิจารณาวิเคราะห์ผลกระทบรอบด้าน เท่าที่คาดการณ์ในความคิดเห็นส่วนตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นประเด็นที่ทั้งโลกจับตา และรอคอยคำตอบอย่างใกล้ชิด”