สีหศักดิ์ จี้สหรัฐฯ ทบทวนระงับวีซ่า ยันคนไทย 3.2 แสนคนช่วยสร้างเศรษฐกิจให้

15 ม.ค. 2569 | 12:38 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 12:56 น.

"สีหศักดิ์ รมว.ต่างประเทศ" หารืออุปทูตสหรัฐฯ ปมระงับวีซ่าถาวรคนไทย เริ่ม 21 ม.ค. 69 ชี้คนไทยกว่า 3.2 แสนคนในสหรัฐฯ สร้างประโยชน์มหาศาล ทั้งทำธุรกิจและลงทุนช่วยจ้างงานคนอเมริกัน พร้อมขอเกณฑ์พิจารณาที่ชัดเจนเพื่อรักษาความสัมพันธ์หุ้นส่วนที่ยาวนาน

KEY

POINTS

  • นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เรียกอุปทูตสหรัฐฯ เข้าพบเพื่อขอคำชี้แจงกรณีที่สหรัฐฯ ระงับวีซ่าประเภทพำนักถาวรแก่ 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย
  • ฝ่ายไทยแสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากไม่มีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจ
  • อุปทูตสหรัฐฯ ชี้แจงเบื้องต้นว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดภาระต่อระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ และมีผลเฉพาะวีซ่าพำนักถาวรเท่านั้น
  • มาตรการระงับวีซ่าถาวรจะไม่ส่งผลกระทบต่อการตรวจลงตราประเภทพำนักชั่วคราว เช่น วีซ่าท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือนักเรียน ซึ่งยังคงดำเนินการตามปกติ

วันที่ 15 มกราคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้นาง Elizabeth J. Konick อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อขอคำชี้แจงและรายละเอียดกรณีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาตรการระงับการตรวจลงตราประเภทพำนักถาวร สำหรับ 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569

นายสีหศักดิ์ แสดงความห่วงกังวลต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป็นการจัดกลุ่มรวมประเทศหลากหลายที่มีบริบทและสถานการณ์แตกต่างกัน โดยไม่มีข้อมูลเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดคำถามและอาจเป็นการส่งสัญญาณที่คลาดเคลื่อน ขณะที่ทั้งไทยและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างขับเคลื่อนการกระชับความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนและพันธมิตรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 

"ชาวไทยที่พำนักในสหรัฐฯ กว่า 320,000 คนสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงผ่านการทำธุรกิจและการลงทุนที่ช่วยสร้างงานในสหรัฐฯ ในการนี้ ฝ่ายไทยจึงขอทราบคำชี้แจงและเกณฑ์ในการพิจารณาของสหรัฐฯ ในเรื่องนี้"นายสีหศักดิ์ กล่าว

สีหศักดิ์ จี้สหรัฐฯ ทบทวนระงับวีซ่า ยันคนไทย 3.2 แสนคนช่วยสร้างเศรษฐกิจให้

ด้านอุปทูตฯสถานทูตสหรัฐ แสดงความเข้าใจถึงการตั้งคำถามและประเด็นข้อห่วงกังวลของฝ่ายไทย โดยชี้แจงเบื้องต้นว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดภาระต่อระบบสวัสดิการของสหรัฐฯ และครอบคลุมเฉพาะการตรวจลงตราประเภทพำนักถาวรเท่านั้น ส่วนการตรวจลงตราประเภทพำนักชั่วคราว อาทิ การตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยว ธุรกิจ ราชการ และนักเรียน ยังคงดำเนินกระบวนการตามปกติ

ทั้งยังรับที่จะประสานแจ้งข้อห่วงกังวลและข้อสอบถามของฝ่ายไทยไปยังกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พร้อมจะแจ้งข้อชี้แจงและข้อมูลเพิ่มเติมแก่ฝ่ายไทยในโอกาสแรก โดยระหว่างนี้ สามารถติดตามความคืบหน้าของมาตรการผ่านช่องทางทางการของสหรัฐฯ ได้ที่เว็บไซต์ travel .state .gov และประกาศของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยอีกช่องทางหนึ่ง