ส่งออกไทยปี 69 พลิกเป็นบวก หลังศาลฏีกาสหรัฐยกเลิกภาษีทรัมป์

10 ม.ค. 2569 | 06:06 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ม.ค. 2569 | 06:06 น.

นักวิชาการชี้ส่งออกไทยปี 69 พลิกเป็นบวกจากคดการ์ติดลบมากถึง 3% หลังศาลฏีกาสหรัฐยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์ เหตุอำนาจจัดเก็บเป้นของรัฐสภา

KEY

POINTS

  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติยกเลิกมาตรการภาษีของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตและอำนาจดังกล่าวเป็นของรัฐสภา
  • การตัดสินดังกล่าวส่งผลบวกโดยตรงต่อภาคการส่งออกของไทย คาดว่าจะพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในปีนี้ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะติดลบ
  • การยกเลิกภาษีจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม และอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลการตัดสินภาษีทรัมป์ของศาลฏีกาออกมาด้วยมติเสียงข้างมากให้ยกเลิก มาตรการภาษีของทรัมป์ เพราะอำนาจจัดเก็บเป็นของรัฐสภา 

และประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินมาอ้างเพื่อเก็บภาษีในวงกว้างอย่างไม่มีกำหนดได้ ถือว่า การประกาศเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์โดยอาศัยกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Power Act) นั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด การตัดสินของศาลฏีกาสหรัฐฯเช่นนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกปีนี้และในระยะต่อไป 

ในเบื้องต้นจะส่งผลบวกต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและปริมาณและมูลค่าการค้าของโลก และปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียรวมทั้งไทยด้วย อัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้จะดีกว่าที่คาดไว้เดิม สามารถขยายตัวเป็นบวกจากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจติดลบมากถึง -3% 

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของภาคส่งออกไทยอาจมีข้อจำกัดจาก ผลของปัจจัยชั่วคราวในปี 2568 ที่เร่งนำเข้า-ส่งออกหรือ Front-loading แต่ผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์สหรัฐจะไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาคส่งออกไทยในปีนี้ 

ส่งออกไทยปี 69 พลิกเป็นบวก หลังศาลฏีกาสหรัฐยกเลิกภาษีทรัมป์

ขณะที่ปัญหากรณีเวเนซุเอลาจะส่งต่อระดับราคาพลังงานในตลาดโลกเพียงเล็กน้อย โดยสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่านจะส่งผลต่อราคาน้ำมันมากกว่า สภาพอากาศแปรปรวนในต่างประเทศและความกังวลต่อความมั่นคงทางอาหาร จะหนุนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของไทย วัฏจักรเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) จะขับเคลื่อนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ

อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าการระงับภาษีทรัมป์จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีสัญญาณอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่องสหรัฐอเมริกาอาจขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นและต้องหาเม็ดเงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมจากการสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร และจะเป็นภาระทางการคลังสำคัญของรัฐบาลทรัมป์

การระงับภาษีทรัมป์จะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในระยะปานกลางและระยะยาวมากกว่า คาดตลาดหุ้นโลกตอบสนองทางบวก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯจะได้การคืนเงินประมาณ 4.5 ล้านล้านบาทหรือ 1.33 แสนล้านดอลลาร์ 

สำหรับความเสี่ยงสำคัญ คือ รัฐบาลทรัมป์อาจหาช่องทางอื่นตามกฎหมายในการบังคับเรียกเก็บภาษีนำเข้าได้ การดำเนินการเช่นนั้นจะสร้างไม่แน่นอนต่อระบบการค้าโลกมากขึ้น แต่การใช้ช่องทางอื่นๆเพื่อขึ้นภาษีนำเข้าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการใช้อำนาจเก็บภาษีต้องผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา