KEY
POINTS
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ติดลบต่อเนื่อง 9 เดือนทำให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ "เงินฝืดทางเทคนิค" อย่างเต็มตัวตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่กำหนดเกณฑ์ราคาสินค้าลดลงต่อเนื่องเกิน 6 เดือน โดยสาเหตุหลักของเงินฝืดในครั้งนี้มาจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักปัจจัยราคาพลังงานและอาหารสดออก พบว่าตัวเลขยังคงเป็นบวก ซึ่งสะท้อนถึงกำลังซื้อที่แท้จริงยังไม่เข้าขั้นวิกฤต
ขณะเดียวความแตกต่างระหว่าง เงินฝืดที่เป็นอันตราย และ เงินฝืดทางเทคนิค ในสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยยังคงมีการขยายตัวในสถานะบวก แม้จะเป็นการเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าศักยภาพ
แต่ตามทฤษฎี หากภาวะเงินฝืดเกิดขึ้นพร้อมกับ GDP ที่ติดลบ จะนำไปสู่ "วงจรเงินฝืด" ซึ่งผู้บริโภคจะชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอราคาสินค้าที่ต่ำลงในอนาคต ส่งผลให้ภาคธุรกิจขาดรายลด ปลดพนักงาน และนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยรุนแรง
ทั้งนี้ ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในเชิงมหภาคไม่ใช่ตัวเลขเงินฝืดที่ติดลบ แต่คือ อัตราการเติบโตที่ต่ำต่อเนื่อง หากรัฐบาลและธนาคารกลางไม่สามารถบริหารจัดการให้นโยบายการเงินและนโยบายการคลังสอดประสานกันเพื่อกระตุ้นให้เงินเฟ้อกลับสู่กรอบเป้าหมาย ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะติดอยู่ในกับดักความยากจน และสภาวะเศรษฐกิจชะงักงันในระยะยาว
สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นการเติบโตท่ามกลางต้นทุนที่ต่ำลงและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดภาคเอกชน ซึ่งภาคเอกชนไม่สามารถผลักดันภาระต้นทุนหรือกำไรส่วนเกินไปยังผู้บริโภคได้เนื่องจากสภาวะการแข่งขันสูงและกำลังซื้อที่เปราะบาง
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในปี 2569 จะพลิกกลับมาขยายตัวเป็นบวกที่ประมาณ 0.5% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวของราคาพืชผลทางการเกษตร ตามกลไกตลาดที่เกษตรกรจะลดปริมาณการเพาะปลูกลงเมื่อราคาสินค้าตกต่ำ ซึ่งจะทำให้อุปทานลดลงและราคาสินค้าดีดตัวกลับขึ้นตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) มองว่า มีปัจจัยอัตราเงินเฟ้อเป็นดัชนีชี้นำ โดยมีปัจจัยกดดันหลัก 2 เรื่องได้แก่
1. ภาวะอุปทานส่วนเกิน ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ส่งผลให้เกิดการทุ่มตลาด (Dumping) สินค้าและวัตถุดิบเข้าสู่ตลาดโลกและตลาดภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย ทำให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปมีราคาถูกลงอย่างผิดปกติ
2. นโยบายควบคุมราคาพลังงาน แม้ราคาน้ำมันโลกจะผันผวน แต่มาตรการภาครัฐในการควบคุมราคาพลังงานและค่าไฟฟ้ามีส่วนช่วยตรึงต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมไว้ไม่ให้พุ่งสูงขึ้น
"PPI จะยังคงมีแนวโน้มติดลบในช่วงไตรมาสแรกของปี และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งปีหลัง เมื่อระบบเศรษฐกิจโลกเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาวะสงครามการค้าได้ดีขึ้นและคำสั่งซื้อ (Orders) จากต่างประเทศเริ่มกลับมาคงที่" นายธนวรรธน์ ระบุ