
เมื่อ“แม่ไก่ปลดระวาง”กลายเป็นคลังอาหารหลังบ้าน เจาะลึกความสำเร็จ รร.ตชด.
เมื่อ “แม่ไก่ปลดระวาง” กลายเป็นคลังอาหารหลังบ้าน เจาะลึกความสำเร็จ 26 ปี รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี เปลี่ยนไข่ฟองเล็ก เป็นความยั่งยืนของชุมชน
KEY
POINTS
- รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน จังหวัดราชบุรี ประสบความสำเร็จในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ซึ่งเป็นต้นแบบความมั่นคงทางอาหาร
- โครงการได้ขยายผลสู่ชุมชนโดยการส่งต่อ "แม่ไก่ปลดระวาง" ให้ผู้ปกครองและชาวบ้านนำไปเลี้ยงต่อที่บ้าน
- แม่ไก่ปลดระวางกลายเป็น "คลังอาหารหลังบ้าน" ที่ช่วยสร้างแหล่งโปรตีน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน
“ความยั่งยืนที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร?” คำตอบนี้ชัดเจนทันที เมื่อได้มาเห็น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านถ้ำหิน ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี แปลงผักสวนครัวเขียวชอุ่ม จัดเรียงเป็นแถวแนวอย่างเป็นระเบียบ มีฉากหลังเป็นขุนเขาสีเขียวขจี เป็นภาพแรกที่ต้อนรับผู้มาเยือน
แปลงเกษตรแห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่ให้ผลผลิตเป็นผักใบเขียวหลากหลายชนิด แต่พืชผักทุกต้นล้วนได้รับสารอาหารชั้นดีจากปุ๋ยมูลไก่ไข่ในโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน
“เราไม่ได้แค่เลี้ยงไก่... แต่เรากำลังสร้างห้องเรียนชีวิตให้เด็กๆ ได้เรียนรู้” ดาบตำรวจหญิง มาลินณา สังข์แก้ว ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน บอกว่า เด็กๆ ทุกคนได้ทานไข่ไก่สดใหม่ทุกวันจันทร์ พุธ และ ศุกร์ ช่วยให้พวกเขามีร่างกายแข็งแรง และพร้อมสำหรับการเรียนรู้ ส่วนเด็กอีกหลายคนที่เป็นนักเรียนบ้านไกลซึ่งต้องกินนอนที่โรงเรียน ก็มีไข่เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ
เบื้องหลังการจัดการที่เป็นระบบระเบียบนี้ มี ด.ต.หญิงนันท์นภัส แววเพ็ชร ครูผู้ดูแลโครงการ เป็นฟันเฟืองสำคัญ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากซีพีเอฟ คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำด้านวิชาการและการจัดการโรงเรือน จนทำให้โรงเรียนขนาดเล็กชายแดนแห่งนี้ สามารถสะสมเงินกองทุนหมุนเวียนได้สูงถึง 633,847 บาท ซึ่งครองสถิติสูงที่สุดในประเทศ ทำให้โรงเรียนมีเงินทุนสำรองไว้ซื้อปัจจัยการผลิตในรุ่นถัดไปได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณภายนอก
ในโรงเรือนไก่ไข่ขนาด 200 ตัว น้องฟ้าลัดดา ทองอยู่ นักเรียนชั้น ป.6 กับเพื่อนๆ กำลังเร่งขนไข่ไก่สดเพื่อเข้าสหกรณ์ สำหรับเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียนต่อไป น้องๆ เหล่านี้เป็นตัวแทนของแนวคิด "เด็กทำ เด็กดูแลด้วยตนเอง" ที่ได้รับการส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
“หนูกับเพื่อนๆ น้องๆ จะแบ่งหน้าที่กันเข้ามาให้อาหาร ตรวจดูสุขภาพของแม่ไก่ และเก็บไข่ทุกวันค่ะ สนุกและภูมิใจมากที่ได้ดูแลแม่ไก่ เพราะไข่ไก่ที่พวกเราเลี้ยง จะกลายเป็นอาหารกลางวันอร่อยๆ ของทุกคน ส่วนไข่ที่เหลือเราก็เอาไปขายให้คนในชุมชนด้วยค่ะ” เด็กหญิงเล่าพร้อมโชว์ไข่ไก่ฟองโตในมือด้วยความภูมิใจ
ระหว่างเดินชมความสำเร็จในโรงเรียน นายพงศกร นิลเพ็ชร ผู้ใหญ่บ้าน ต.สวนผึ้ง เล่าว่า โรงเรียนขยายผลลัพธ์สู่ชุมชนรอบโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้พ่อแม่ผู้ปกครองนำไก่ไข่ปลดระวาง ไปเลี้ยงต่อเป็นอาหารในครัวเรือน
ลูกเกด จิน้อย ศิษย์เก่า รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน คือตัวอย่างของเรื่องนี้ จากเมื่อก่อนเธอเคยเป็นนักเรียนเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียน วันนี้เธอ คือ คุณแม่ของลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งเดิม และเป็นหนึ่งในเด็กที่ช่วยดูแลโครงการเลี้ยงไก่ไข่เช่นเดียวกับที่แม่เคยทำได้
ที่โรงเรือนเลี้ยงไก่แบบพอเพียงหลังบ้านของลูกเกด มีแม่ไก่กำลังเดินคุ้ยเขี่ยดินอยู่ภายใน “พอโรงเรียนปลดแม่ไก่เราก็ซื้อไก่ที่ยังให้ผลผลิตดีมาเลี้ยงต่อ เราเคยเลี้ยงมาก่อน การเลี้ยงจึงไม่ใช่เรื่องยาก เกดกับลูกก็มาเก็บไข่ไก่ไปทำกับข้าว ได้ไข่สดๆ กินทุกวันโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเลย เป็นคลังอาหารเล็กๆ หลังบ้านของครอบครัวเราเอง”
ตลอด 26 ปีของการเดินทาง รร.ตชด.บ้านถ้ำหิน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความมั่นคงทางอาหารที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการหยิบยื่นให้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือ การบ่มเพาะทักษะชีวิตให้เติบโตไปพร้อมกับเด็กๆ และหยั่งรากลึกลงในชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ชายแดนแห่งนี้
เรื่องราวของโรงเรียนเล็กๆ ในหุบเขาแห่งนี้ เป็นเพียงหนึ่งในภาพสะท้อนของความตั้งใจร่วมกันระหว่าง เครือซีพี มูลนิธิซีพี และ ซีพีเอฟ ที่มุ่งแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในพื้นที่ห่างไกล โดยส่งต่อโมเดลการเรียนรู้นี้ไปยังโรงเรียน 1,018 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กนักเรียนอีกกว่า 2 แสนคนได้เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ
จากไข่ไก่ฟองเล็กๆ ในวันนั้น วันนี้มันได้เติบโตขึ้นเป็นห้องเรียนชีวิตและคลังอาหารหลังบ้าน ที่พร้อมจะส่งต่อความอิ่มท้องให้ทั้งนักเรียนและชุมชน






