นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คาดว่าจีดีพีไตรมาส 4 ปีนี้ จะสามารถขยายตัวได้ 1.1 % จากเดิมที่คาดจะขยายตัว 0.3%
ทั้งนี้ เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลประกาศใช้ โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งพลัส เที่ยวดีมีคืน และการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทำให้เป็นสัญญาณแรกของเศรษฐกิจที่พ้นจากหล่ม
ส่วนสัญญาณที่สอง คือ การลงทุนตรงจากต่างชาติ ซึ่งเราพบว่า มีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้าลงทุนในอาเซียนและไทยเพิ่มขึ้นมากสวนทางกับการลงทุนของโลก
แม้ว่าการสนใจลงทุนในไทยจะต่ำกว่าอาเซียน แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนจากมูลค่าการขอลงทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 90% และจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น 30% นี่คือเทรนด์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย โดยภาคธุรกิจที่ต่างชาติสนใจลงทุนมาก คือ เกษตรแนวใหม่ เซมิคอนดัคเตอร์ รถไฟฟ้าและไฮบริด และเวลเนส
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขลงทุนจริงยังต่ำ หรือมีตัวเลขลงทุนที่ค้างท่ออยู่ 4.7 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะเร่งแก้ไขอุปสรรค เพื่อเร่งให้เงินลงทุนจริง
“สัญญาณเศรษฐกิจไทยชัดเจนว่า ฟื้นแล้ว แต่จะฟื้นยาวได้อย่างไรภายใต้ข้อจำกัดที่รัฐบาลมีเวลา 4 เดือน และ ฐานะการคลังจำกัด เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นที่มาของนโยบาย 5 เสาหลัก ที่จะกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัว”