
จ่ายเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท นายกฯเสนอเข้าครม. 14 ต.ค. เร่งช่วยผู้ประสบภัย
โฆษกรัฐบาลเผยผลประชุม คอภ. ตั้ง 2 ศูนย์ใหม่เยียวยาและระบายน้ำ เคาะจ่ายเงิน 9,000 บาทต่อครัวเรือน คาดเข้า ครม. 14 ต.ค. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย 6.8 แสนครัวเรือน พร้อมกำชับ 9 ข้อสั่งการระบายน้ำด่วนที่สุด
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเข้าที่ประชุม ครม. ในวันที่ 14 ตุลาคมนี้
- รัฐบาลจะจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นเวลานานเกิน 7 วัน
- คาดว่ามีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 6.8 แสนครัวเรือน ใช้งบประมาณรวมกว่า 6.1 พันล้านบาท โดยนายกฯ สั่งให้เร่งเบิกจ่ายภายในปีนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ครั้งที่ 1 ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายสิริพงศ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้รับทราบถึงสถานการณ์น้ำของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งจากการประเมินของทุกหน่วยงาน คาดว่าสถานการณ์มี แนวโน้มที่ลดลง โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่อุตรดิตถ์ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาว่าเป็นลักษณะของน้ำป่าไหลบ่า ซึ่งเป็นน้ำที่มาในระยะสั้น
ตั้งศูนย์ปฏิบัติการใหม่ พร้อมเร่งเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน
ที่ประชุมได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการขึ้นมาใหม่ เพื่อรับมือสถานการณ์ในครั้งนี้ โดยประกอบด้วย
- ศูนย์เยียวยาช่วยเหลือ: ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อดูแลเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยจากอุทกภัย
- ศูนย์ปฏิบัติการการระบายน้ำ: ซึ่งมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน โดยมีเป้าหมายในการเร่งระบายน้ำให้ระบายออกไปยังอ่าวไทยให้เร็วที่สุด
เคาะจ่ายเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย 9,000บาท
โษฆกรัฐบาล กล่าวด้วยว่า สำหรับการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการอุดหนุนเงินเยียวยาสำหรับครัวเรือน โดยใช้หลักการเดียวกับปีที่แล้ว เนื่องจากผู้ประสบภัยทุกคนได้รับผลกระทบเกิน 7 วัน ในอัตรา ครัวเรือนละ 9,000 บาท
ข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 6 ตุลาคม (ซึ่งเป็นวันประชุม) พบว่า
- มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 685,554 ครัวเรือน
- คิดเป็นงบประมาณรวม 6,169,986,000 บาท
"ยอดนี้อยู่ในระหว่างการทำหนังสือเวียน และ คาดว่าจะสามารถเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในวันที่ 14 ตุลาคม นี้ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับถึงการเรียกเร่งรัดการเบิกจ่าย ขอให้ทำให้เร็วที่สุด เพื่อให้ความมั่นใจว่า น้ำท่วมปีนี้จะได้เงินปีนี้ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ" นายสิริพงศ์ กล่าว
นายกฯ สั่งการ 9 ข้อ เร่งจัดการระบายน้ำ
นายสิริพงศ์ ยังได้กล่าวถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการบริหารจัดการและระบายน้ำทั้งหมด 9 ข้อ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ เช่น
- ให้กรมชลประทานคงการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาไว้ ไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 ลง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ให้กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก
- เพิ่มการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำมโนรมให้เต็มศักยภาพที่ 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการใช้ เครื่องผลักดันน้ำ และเพิ่มการระบายน้ำผ่านทางระบายน้ำพระนารายณ์ ผ่านคลอง 8-16, คลองพระองค์เจ้าชัยานุชิต และคลองลาดกระบัง
- กำหนดจุดติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเสริมในบริเวณคอคอด.
- ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมทุกสถานีสูบส่วนบริเวณปากคลอง และเร่งสูบน้ำออกอ่าวไทยให้เหมาะสมกับจังหวะน้ำทะเลลง.
โฆษกฯ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับให้คณะกรรมการปฏิบัติการที่ตั้งขึ้นมาใหม่ทั้ง 2 คณะ มีการ ประชุมทุกสัปดาห์ และต้องนำรายงานการประชุมมาสรุปต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วย
นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ในการดูแลเรื่องมาตรการที่จะมีเพิ่มเติมต่อไป






