thansettakij
อดีต รมว.คลัง ชี้เก็บภาษีทองคำไม่ช่วยแก้บาทอ่อน แนะอัดปริมาณเงินเข้าระบบ

อดีต รมว.คลัง ชี้เก็บภาษีทองคำไม่ช่วยแก้บาทอ่อน แนะอัดปริมาณเงินเข้าระบบ

17 ก.ย. 2568 | 07:48 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ย. 2568 | 07:54 น.

อดีตรมว.คลัง ชี้ การเก็บภาษีทองคำจะไม่ช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง แนะต้องแก้ด้วยการเพิ่มปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ คู่กำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนให้เหมาะสม

ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทในปัจจุบัน ว่า ขณะนี้มีผู้เสนอความเห็นให้แก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งเกินไป โดยไม่ใช้ความรู้ แต่ใช้ความรู้สึก อยู่หลายคน เช่น พูดว่าค่าเงินดอลลาร์อ่อนทำให้ค่าเงินบาทแข็ง, ให้เก็บภาษีทองคำจะทำให้ขายทองคำออกมา แล้วเงินบาทจะอ่อนค่าลง คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเปรียบเทียบ ไม่ใช่เรื่องทฤษฎีหรือปรัชญาในระบบเศรษฐกิจ

สำหรับเงินบาทแข็งค่ามากนั้น มาจากปัญหาในระบบเศรษฐกิจมหภาค เป็น Macro ต้องแก้ไขด้วยมาตรการของระบบเศรษฐกิจ(Macroeconomics)  การคิดเป็นเรื่องๆ เป็น Micro เช่น เก็บภาษีหรือตั้งข้อห้ามนำเข้าหรือส่งออก จะแก้ปัญหาไม่ได้ สรุปคือ "มาตรการ Micro ใช้แก้ปัญหา Macro ไม่ได้ครับ

การแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งเกินไป ให้ดูจากสูตร e=P/Pw, e คือดัชนีค่าเงินบาท, P คือดัชนีราคาสินค้าของไทย และ Pw คือดัชนีราคาสินค้าของโลก: หากเงินเฟ้อเราต่ำกว่าเงินเฟ้อโลก เงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้น (เช่น ค่า e ลดลง จาก 37 บาทเป็น 31 บาทต่อดอลลาร์)
 

ทั้งนี้ เงินเฟ้อไทยต่ำกว่าเงินเฟ้อโลกมานานมาก เพราะเราใช้นโยบายดอกเบี้ยที่แท้จริง (ดอกเบี้ยหักด้วยเงินเฟ้อ) สูงกว่าดอกเบี้ยที่แท้จริงของโลกมาก ทำให้ปริมาณเงินบาทเพิ่มน้อยกว่าปริมาณเงินของแต่ละประเทศในโลก (ในที่นี้ เศรษฐกิจโลกนับเฉพาะประเทศที่มีนโยบายเศรษฐกิจสมเหตุสมผล ไม่รวมประเทศที่มีเงินเฟ้อมากๆ เพราะพิมพ์เงินกระดาษมาใช้)

ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่า เงินเฟ้อโลกประมาณ 3-4% แต่เงินเฟ้อไทยต่ำกว่า 1% ถึงติดลบ มานาน เงินบาทจึงแข็งกว่าค่าเงินของประเทศส่วนใหญ่ของโลก แข็งค่าจนเศรษฐกิจไทยไม่เจริญเติบโต เพราะส่งออกได้น้อย ท่องเที่ยวได้รายได้ลดลง จึงมาลดการผลิต ลดการพัฒนาเทคโนโลยีและลดการผลิตสินค้าใหม่ๆ  

อีกทั้งยังทำให้ราคาในรูปเงินบาทของสินค้าเกษตรทุกชนิดตกลงไปด้วย ทำให้ความเจริญเติบโต (GDP) ต่ำ ประชาชนจนลง เป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาก เพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย รัฐบาลก็เป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาก เพราะเก็บภาษีได้น้อย ประเทศไทยจึงดูไม่ค่อยมีอนาคต การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จึงเข้ามาน้อย

ดังนั้นวิธีการแก้ไขคือ

1. ให้เพิ่มปริมาณเงินบาทในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น (QE: Quantitative easing) เงินเฟ้อก็จะสูงขึ้นเท่าๆ กับเงินเฟ้อโลก ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง 

2.ออกกฎหมายกำหนดเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange rate targeting) โดยใช้กองทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือ เมื่อเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป เราสามารถสร้างเงินบาทเพิ่มขึ้น เพื่อนำไปไปซื้อเงินดอลลาร์และเงินต่างประเทศที่สำคัญในตลาดเงินเพื่อให้เงินบาทมีค่าเหมาะสม แต่เราจะไม่เอาเงินต่างประเทศและเงินดอลลาร์ออกขาย เมื่อเงินบาทอยู่ในด้านอ่อน

วิธีการนี้ เราจะไม่ถูกโจมตีค่าเงินบาท เพราะนักโจมตีค่าเงิน จะโจมตีเงินบาทได้ ก็ต่อเมื่อค่าเงินบาทแข็งเกินไปเท่านั้น