
“ทักษิณ” วางเป้ากู้เศรษฐกิจ บี้ตั้ง AMC แก้หนี้ประชาชน ดันศก.ใต้ดิน
“ทักษิณ” วางเป้ากู้เศรษฐกิจไทย ชี้ปัญหาใหญ่หนี้ครัวเรือนต้องเร่งแก้ บี้ตั้ง AMC แก้หนี้ประชาชน ดันเศรษฐกิจใต้ดินขึ้นมาสร้างรายได้ หนุนคนไทยใช้ AI เป็น
วันนี้ (9 กรกฎาคม 2568) ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงาน 55 ปี Nation "Exclusvie Talk : ผ่าทางตันประเทศไทย" ตอนหนึ่งถึงประเด็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ว่า ขณะนี้มีเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งขับเคลื่อนออกมาให้เร็วที่สุด คือ การจัดการเรื่องหนี้ครัวเรือน และเอสเอ็มอี โดยเห็นว่า จะต้องเร่งการจัดตั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อแก้หนี้ภาคประชาชนเป็นการเฉพาะ
“วันนี้ประชาชนมีความลำบาก จึงเห็นว่า ต้องเร่งตั้ง AMC ภาคประชาชน เพื่อซื้อหนี้เสียของประชาชนมาบริหาร เหมือนทำบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. เพราะรัฐบาลไม่ขาดทุน ชาวบ้านได้ที่ดิน ได้ทรัพย์สิน โดยที่ผ่านมาได้พยายามเสนอ แต่ยังไม่บายไอเดีย โดยต้องแก้หนี้ไปพร้อม ๆ กับการหาโอกาสใหม่ให้ประชาชน” นายทักษิณ ระบุ
พร้อมกันนี้ยังต้องเร่งขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ โดยต้องทำให้ถึงภาคครัวเรือน เพื่อผลักดันไปสู่ตลาดโลก ซึ่งจะต้องหาทางขับเคลื่อนออกมาเป็นแผนทั้งระยะสั้นและยาว รวมไปถึงการผลักดันบ้านเพื่อคนไทย และกฎหมายทรัพย์อิงสิทธิ์
อีกส่วนคือ การขับเคลื่อน AI ผ่านการสนับสนุนของภาครัฐ โดยมีเป้าหมายว่า คนไทยทุกคนต้องเล่น AI เป็น และจะนำมาเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา โดยให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จัดทำระบบการฝึกการเรียนการสอนแบบไม่มีครู เพื่อดึงเด็กเข้ามาเรียนรู้ และจะได้โทเคนดิจิทัล ไปฝึกเล่น AI ซึ่งจะต้องไปหารือกับทางบริษัทเอไอเข้ามาร่วมมืออีกครั้ง
ขณะเดียวกันยังต้องผลักดันรายได้ใหม่ โดยเฉพาะสถานบันเทิงครบวงจร นายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคนมองว่าเป็นการทำกาสิโน แต่จริง ๆ กาสิโนจะมีสัดส่วนไม่เกิน 10% และไม่ใช่ว่า ใครจะก็เข้าได้ เพราะคนที่มาเข้าจะมีระบบ KYC เพื่อตรวจสอบว่าเป็นใคร มีรายได้จากไหน ซึ่งเรื่องนี้ไม่อยากให้ประเทศต้องหยุดรอ ถ้ามีอะไรทำได้ก็ต้องทำไป ได้แค่ไหนแค่นั้น แต่อย่าบอกรอก่อน
เช่นเดียวกับเศรษฐกิจนอกระบบ หรือเศรษฐกิจใต้ดิน ที่มีสัดส่วนกว่าครึ่งของจีดีพี ก็ต้องผลักดันขึ้นมาให้ได้ ตัวอย่างเช่นการพนันออนไลน์ เราส่งเงินเขาไปกว่า 1.5 แสนล้านบาทต่อปี เกมออนไลน์ถูกลิขสิทธิ์ 5 หมื่นล้านบาท แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 7-8 หมื่นล้านบาท และมีปัญหายาเสพติด รวมแล้วเป็นเงินกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี
“เศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบ ถูกดูดไปแทนที่จะสร้างเศรษฐกิจ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ยังไม่นับกรณีจีนส่งของมาขาย แพล็ตฟอร์มต่าง ๆ เป็นสิ่งที่เราต้องไล่ทุกเม็ด และสินค้าจีนไม่ได้มาตรฐานด้วย”
ส่วนประเด็นด้านการผลักดันการลงทุน ต้องหาทางดึงการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านพลังงาน ล่าสุดมีกลุ่มนักธุรกิจจากยูเออี สนใจเข้ามาลงทุน Digital Grid ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ยังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวให้กับประชาชนได้ด้วย






