
ลุ้นครม. พรุ่งนี้ อัดงบ “กระตุ้นเศรษฐกิจ” 1.57 แสนล้าน ประเดิมก้อนแรก
ลุ้นครม. วันพรุ่งนี้ 10 มิถุนายน 2568 อัดงบ “กระตุ้นเศรษฐกิจ” ภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท สศช.ชี้นัดถกด่วนเย็นวันนี้ คาดชงขอประเดิมก้อนแรกก่อน
วันนี้ (9 มิถุนายน 2568) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท จะหารือเพื่อสรุปรายละเอียดโครงการที่เสนอของบประมาณภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือ งบกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกครั้งในวันนี้ และคาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 มิถุนายน นี้ พิจารณาเห็นชอบต่อไป
สำหรับการพิจารณาโครงการที่เสนอของบประมาณภายใต้งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาได้มีโครงการเสนอเข้ามาจำนวนมาก และทางคณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาไปแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นอาจจะเสนอครม.เพื่อเห็นชอบโครงการบางส่วนก่อน โดยจะเน้นไปที่โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเป็นหลัก
“เงินที่จะลงสู่เศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาท คาดว่า จะผลักดันโครงการเข้ามาในครม.ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ เพราะต้องการให้มีเงินลงในระบบเศรษฐกิจทันที และการกำหนดให้ต้องเร่งเบิกจ่ายเงินลงไปให้เสร็จสิ้นภายใน 1ปี หรือภายในกันยายน 2569 จริง ๆ อาจจะต้องเร่งให้เบิกจ่ายให้เร็วกว่านั้น เพื่อให้มีเงินลงไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น” นายดนุชา กล่าว
ก่อนหน้านี้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่า ที่ผ่านมามีเสนเสนอขอโครงการภายใต้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งผ่านการคัดสรรจากทางสำนักงบประมาณ มาจำนวนกว้า 1 หมื่นโครงการ วงเงินรวมสูงถึง 4 แสนล้านบาท
จากการพิจารณารายละเอียดโครงการล่าสุดหลายหน่วยงานที่ส่งเข้ามา ยังไม่เข้ากรอบ 4 กลุ่มเป้าหมาย จึงมอบหมายให้สำนักงบประมาณ ไปทบทวนรายละเอียดให้รอบครอบขึ้น และนำกลับมารายงานที่ประชุมอีกครั้ง
สำหรับรายละเอียดข้อเสนอโครงการ/มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (เบื้องต้น) ที่ผ่านการเห็นชอบจากครม. โครงการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เสนอของบประมาณเข้ามาจะต้องครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย
1.โครงสร้างพื้นฐาน
ด้านน้ำ : ป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝน และกักเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้ง, กระจายน้ำไปยังชุมชนและพื้นที่ต่าง ๆ ผลิตเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรในพื้นที่ทั่วประเทศ และการพัฒนา/ปรับปรุงระบบประปา
ด้านคมนาคม : แก้ไขปัญหาด้านการจราจรในพื้นที่ที่เป็นคอขวดและขาดความเชื่อมโยง, เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง, แก้ไขปัญหาจุดตัดระหว่างทางรถไฟและ ถนนเสมอระดับ, ก่อสร้าง/ปรับปรุงจุดพักรถบรรทุกเพื่อให้สามารถบังคับใช้ พ.ร.บ. ขนส่งทางบกฯ และปรับปรุง/พัฒนาถนนเชื่อมโยงเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต
2.การท่องเที่ยว
ด้านการพัฒนาภาคการท่องเที่ยว : ปรับปรุง/พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องน้ำ ห้องพัก สถานที่ ป้ายบอกทาง, พัฒนาระบบอำนวยความสะดวกให้แก่ นักท่องเที่ยว, พัฒนาและยกระดับความปลอดภัยให้แก่ นักท่องเที่ยว อาทิ การติดตั้งระบบ CCTV ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ และกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ภายในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ เมืองรอง
3.การลดผลกระทบภาคส่งออก และเพิ่มผลิตภาพ
ด้านการเกษตร : เพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร อาทิ การสนับสนุนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และปรับเปลี่ยนพื้นที่การเพาะปลูกให้เหมาะสม
ด้านการลดผลกระทบแรงงาน : สนับสนุนมาตรการการเงินการคลัง และสนับสนุนสินเชื่อ (เฉพาะผู้ส่งออก) เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน กองทุนประกันสังคม
ด้านดิจิทัล : พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และการค้าระหว่างประเทศ
4.เศรษฐกิจชุมชน และอื่น ๆ
- กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (SML)
- โครงการพัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชนและอื่น ๆ
- โครงการการพัฒนาทุนมนุษย์ ด้านการศึกษาเพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศ






